ดาวน์โหลด

    ด้วยความที่ KP&RR เรียนวิชาเอกภาษาเยอรมัน มาตั้งแต่อยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และตอนเป็นนิสิตชั้นปี 3 พวกเราได้รับทุนให้ไปทัศนศึกษา (Study Visit) เยี่ยมชมมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งที่ประเทศเยอรมนี จากองค์กร DAAD ซึ่งเป็นองค์กรให้คำปรึกษาและแนะแนวการศึกษาในประเทศเยอรมนีของรัฐบาลเยอรมัน จึงทำให้เราทราบถึงข้อดีของระบบการศึกษาในประเทศนี้

ดาวน์โหลด (46)
ดาวน์โหลด (47)

คนที่อยากเรียนต่อปริญญาตรี เรียนต่อปริญญาโท เยอรมัน จะชอบถามพวกเราเสมอว่า ranking ของประเทศนี้ดูที่ไหน คำตอบคือ ไม่มี 55555 เพราะว่าเยอรมันเป็นประเทศที่มาตรฐานการศึกษาเท่าเทียมกันทั้งประเทศ เรียนที่ไหนก็ดีค่ะ โดยเฉพาะถ้าอยากเรียนต่อวิศวะ เยอรมัน นี่น่าจะดีสุดแล้วค่ะ ถ้าเข้าได้นะ 5555 เพราะว่าเข้ายาก ทั้งดูเกรดและต้องมีคะแนนภาษา คือ IELTS (หากยังไม่มี สมัครเรียนกับทางสถาบันก่อนได้ค่ะ มีคอร์สเฉพาะให้สำหรับผู้ที่เตรียมเรียนต่อเยอรมันค่ะ รายละเอียด  http://www.kpandrr-academy.com/courses)  รายละเอียดการสมัครเรียน ค่าเทอม ค่าใช้จ่ายที่เยอรมัน และการเลือกหลักสูตร มีไว้ให้ด้านล่างแล้วโดยแบ่งตามระดับการศึกษา (ป.ตรี / ป.โท)

คำถามที่พบบ่อย

ระดับปริญญาตรี

1. ต้องเรียนภาษาเยอรมันเลยหรือเปล่า?

– ขั้นตอนแรกควรเตรียมคะแนน IELTS และควรเตรียมตัวสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย (Pre-college) ก่อน การสอบเข้ามีการสอบเลข ลักษณะข้อสอบคล้าย SAT (level 2) และข้อสอบภาษาอังกฤษคล้าย TOEIC ทุกปีมีเด็กสอบไม่ผ่านหลายคนค่ะ จึงต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบ หากมีเวลาเหลือก็ควรเรียนภาษาเยอรมันเพิ่มเติม

2. สามารถสมัครเข้ามหาวิทยาลัยได้เลย โดยไม่ต้องสอบ Pre-college ได้หรือเปล่า ?

– ไม่ได้ค่ะ เนื่องจากวุฒิการศึกษาระดับมัธยมของประเทศไทยไม่สามารถเทียบเข้ามหาวิทยาลัยที่เยอรมันได้ทันที ต้องมีการเรียน Pre-college เวลา 1 ปีก่อนและสอบให้ผ่าน จึงสามารถสมัครเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยที่เยอรมันได้ค่ะ

3. มีทุนเรียนฟรีสำหรับปริญญาตรีหรือเปล่า?

– ทุนในระดับปริญญาตรีไม่มีค่ะ แต่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ที่เยอรมันจะไม่มีค่าเทอมอยู่แล้ว มีแต่ค่าธรรมเนียมมหาวิทยาลัย และค่าที่พักและค่าครองชีพรายเดือนที่ผู้ปกครองต้องจ่ายค่ะ

4. ค่าใช้จ่ายสำหรับ Pre-college จำนวน 17,500 ยูโร รวมค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้วหรือเปล่า?

– สำหรับการเรียน Pre-college นั้นค่าใช้จ่ายที่ผู้ปกครองต้องเสีย คือ 17,500 ยูโร จะรวมค่าเทอม ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายอื่นๆบางอย่าง ศึกษาได้จากเอกสารด้านล่าง แต่จะไม่รวมค่าอาหาร ค่าเครื่องบิน ค่าวีซ่า และค่าเตรียมตัวของผู้เรียนอื่นๆค่ะ

5. ทางสถาบันเป็นผู้ดำเนินการขอวีซ่าให้ด้วยใช่หรือไม่?

– ไม่ใช่ค่ะ ทางสถาบันเป็นเพียงแค่ตัวแทนของมหาวิทยาลัย จะทำหน้าที่ประสานงานเรื่องการสอบเข้า และส่งเอกสารผู้สอบให้มหาวิทยาลัย และส่งหนังสือตอบรับเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยให้แก่ผู้เรียน การดำเนินการขอวีซา และการเตรียมตัวอื่นๆ ผู้เรียนต้องเป็นผู้รับผิดชอบเองค่ะ

6. ทางมหาวิทยาลัยที่เยอรมันจะมาจัดสอบเมื่อไร?

– ปกติเทอมการศึกษาของ Pre-college เปิดช่วงตุลาคมของทุกปี ในแต่ละปีทางมหาวิทยาลัยจะมาจัดสอบที่ประเทศไทยปีละ 2-3 ครั้ง ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงต้นปี การจัดสอบแต่ล่ะรอบ ทางสถาบัน KP&RR Academy จะสามารถแจ้งได้ก็ต่อเมื่องทางมหาวิทยาลัยที่เยอรมันประกาศวันจัดสอบมาแล้วเท่านั้น โดย KP&RR Academy จะประกาศวันสอบผ่านทางเวบไซต์นี้ และ www.facebook.com/KPandRR

7. สามารถขอรับคำปรึกษาส่วนตัวกับทางสถาบัน KP&RR Academy ก่อนสอบได้หรือไม่?

– ไม่ได้ค่ะ เนื่องจากทาง KP&RR Academy จะทำหน้าที่ประสานงานเรื่องการสอบเข้า และส่งเอกสารผู้สอบให้มหาวิทยาลัย และส่งหนังสือตอบรับเข้าเรียนจากมหาวิทยาลัยให้แก่ผู้เรียนเท่านั้น และจะให้คำปรึกษารายบุคคลเมื่อนักเรียนสามารถสอบผ่านการคัดเลือกค่ะ เนื่องจากในแต่ละปีจะมีคนสอบถามข้อมูลเป็นจำนวนมาก และข้อมูลที่ถามส่วนใหญ่ทางสถาบันให้ไว้ละเอียดแล้วด้านล่าง (PDF File)

8. สาขาที่เรียนมีอะไรบ้าง ถ้าต้องการเข้ามหาวิทยาลัยอื่น สาขาอื่นมีอีกหรือเปล่า?

– ไม่มีค่ะ ทางสถาบัน KP&RR Academy เป็นผู้ประสานงานของ Freshman Institute, FH Aachen University of Applied Science และมหาวิทยาลัยที่เป็นพันธมิตรเท่านั้น สาขา และมหาวิทยาลัยที่เข้าเรียนได้เป็นไปตามรายละเอียดด้านล่างค่ะ ไม่มีข้อมูลของสาขาและมหาวิทยาลัยอื่นค่ะ

9. อยากปรึกษาเพิ่มเติมเรื่องสาขาและมหาวิทยาลัยอื่น ปรึกษาได้หรือไม่ค่ะ?

– หากเป็นข้อมูลที่อยู่นอกเหนือจาก Freshman Institute, FH Aachen University of Applied Science และมหาวิทยาลัยที่เป็นพันธมิตร ทาง KP&RR Academy แนะนำให้ปรึกษาหน่วยงาน DAAD (หน่วยงานของรัฐบาลเยอรมัน) ที่ www.daad.or.th (18/1 Soi Goethe, Sathorn1, Bangkok 10120, Thailand)

10. ถ้านักเรียนจบโรงเรียนนานาชาติในไทย หรือจากต่างประเทศ ต้องเรียน Pre-college ก่อนหรือเปล่า?

– เรียนค่ะ การเรียน Pre-college เป็นการเรียนเพื่อปรับวุฒิและทำให้นักเรียนสามารถสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยในเยอรมันได้ต่อไปค่ะ

**ข้อมูลสำหรับ Pre-college อยู่ด้านล่าง (ข้ามส่วนคำถามที่พบระดับปริญญาโท)**

คำถามที่พบบ่อย

ระดับปริญญาโท/เอก

1. ต้องเรียนภาษาเยอรมันเลยหรือเปล่า?

– ขั้นตอนแรกควรเช็คจากโปรแกรมที่ต้องการสมัครก่อนว่าต้องใช้เอกสารด้านภาษาอะไรบ้าง มหาวิทยาลัยที่เยอรมันถ้าเป็นหลักสูตรภาษาอังกฤษจะใช้ตะแนน IELTS ประกอบการสมัคร ดังนั้นควรต้องเตรียมตัวและมีผลสอบ IELTS ไว้ก่อนที่จะเรียนภาษาเยอรมันนะคะ (หากยังไม่มี สมัครเรียนกับทางสถาบันก่อนได้ค่ะ มีคอร์สเฉพาะให้สำหรับผู้ที่เตรียมเรียนต่อเยอรมันค่ะ รายละเอียด  http://www.kpandrr-academy.com/courses) ส่วนภาษาเยอรมันค่อยเรียนหลังจากได้รับ offer จากมหาวิทยาลัย หรือเมื่อมีเวลาว่างก็ได้

2. หลักสูตรอะไรบ้างที่เปิด?

– สามารถเช็คได้โดยตรงจาก https://www.daad.de/deutschland/studienangebote/international-programs/en/ เลยค่ะ ต้องดูเกณฑ์ที่เค้ารับ เอกสาร และ deadline ในการส่งใบสมัครด้วยนะคะ

3. อยากได้ทุนเรียนฟรีค่ะ ต้องทำอย่างไร?

– ในแต่ละปีรัฐบาลจะมอบทุน DAAD ให้แก่นักศึกษาต่างชาติ สาขาที่เปิดและรายละเอียดให้ติดตามและปรึกษาหน่วยงาน DAAD (หน่วยงานของรัฐบาลเยอรมัน) ที่ www.daad.or.th (18/1 Soi Goethe, Sathorn1, Bangkok 10120, Thailand)

4. ถ้าจะไปเรียนเองต้องเริ่มอย่างไรค่ะ

– ขั้นตอนแรกหาข้อมูลคอร์สที่ต้องการไปเรียนและเช็คว่าต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง

– เตรียมภาษาอังกฤษและสอบ IELTS ให้เรียบร้อย

– ส่งเอกสารให้มหาวิทยาลัย และเตรียมเรียนภาษาเยอรมัน

5. สามารถขอรับคำปรึกษาส่วนตัวกับทางสถาบัน KP&RR Academy ได้หรือไม่?

– ไม่ได้ค่ะ ทางเราไม่ใช่หน่วยงานของรัฐบาลเยอรมันโดยตรงค่ะ เพราะแต่ละสาขาวิชา มีข้อมูลที่ต่างกันไป แนะนำให้ปรึกษา หน่วยงาน DAAD (หน่วยงานของรัฐบาลเยอรมัน) ที่ www.daad.or.th (18/1 Soi Goethe, Sathorn1, Bangkok 10120, Thailand)

**ข้อมูลสำหรับ Pre-college สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนต่อระดับปริญญาตรี**

img1451397464204

Click!! รูปด้านบนเพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดเพิ่มเติมของการเรียนปริญญาตรีที่เยอรมัน

ดาวน์โหลด (48)

Click!! รูปด้านบนเพื่อดาวน์โหลด ใบสมัครเรียนปริญญาตรีที่เยอรมัน

กรอกใบสมัครและส่งกลับมาที่ studyabroad@kpandrr-academy.com

สรุปสั้นๆให้ก่อนสำหรับข้อดีการไปเรียนต่อป.ตรีที่เยอรมัน 

ค่าใช้จ่ายถูกกว่าหรือเท่ากับเรียนอินเตอร์ที่ไทยทั้ง 4 ปี

ภาษาอังกฤษแข็งแรง เพราะเค้าเรียนเป็นภาษาอังกฤษและเพื่อนมาจากหลายชาติ ถ้าเรียนที่ไทยเพื่อนส่วนใหญ่ก็คือคนไทยนะ 

ภาษาเยอรมันก็จะแข็งแรงตามไปด้วย ถึงในหลักสูตรไม่ต้องเรียนเป็นภาษาเยอรมันเลย แต่ต้องซื้อข้าวของกินบ้างหรือไปเที่ยวเล่นบ้าง ก็จะได้ใช้ภาษาเยอรมัน ถึงแม้คนเยอรมันเค้าพูดภาษาอังกฤษดีแต่ภาษาแรกที่เค้าพูดก็คือเยอรมันอยู่ดี อยู่สี่ปีเชื่อเหอะพูดได้อีกภาษา

ได้ฝึกงานที่บริษัทชื่อดังในเยอรมัน การเรียนป.ตรีที่เยอรมันจะมีการฝึกงานเป็นจำนวน 1 เทอมเต็มๆ ในปีสุดท้าย ทำให้ได้เรียนรู้การทำงานแบบคนเยอรมันมากๆๆ และได้ประสบการณ์ ที่จะช่วยให้กลับมาไทย แล้วได้ทำงานในบริษัทดีๆ หรือบริษัทเยอรมัน ที่มีอยู่ในไทยเยอะมากกกก

การจบป.ตรีที่เยอรมัน จะมีผลต่อการพิจารณาเรียนต่อระดับป.โท ได้ง่ายกว่า จบจากประเทศอื่นค่ะ เพราะเค้าเชื่อในระบบการศึกษาของเค้ามากที่สุด แน่นอนป.โทรับยากมากสำหรับนักศึกษาต่างชาติที่ไม่ได้จบป.ตรีในเยอรมัน จากประสบการณ์ของ KP&RR ที่ช่วยตรวจ SOP/RESUME ให้เด็กๆที่จะไปเรียนต่อโท ส่วนใหญ่ก็จะไปเรียนต่อวิศวะที่เยอรมันอยู่ดี เพราะฉะนั้นรีบไปก่อนจะได้คุ้นเคยกับระบบการเรียนที่นั่น ตอนเรียนป.โท จะได้สบายๆ

ไปเที่ยวได้ทั่วยุโรปเลย เพราะวีซ่านักเรียนเป็นเชงเก้น เข้ายุโรปได้เกือบทุกประเทศ (ยกเว้นอังกฤษนะ อันนั้นต้องขอวีซ่าเพิ่ม)

ดาวน์โหลด (49)
ดาวน์โหลด (50)

KP&RR ได้สรุปค่าใช้จ่ายการเรียนระดับป.ตรี หลักสูตรอินเตอร์ที่เยอรมันเปรียบเทียบกับหลักสูตรอินเตอร์ที่ไทยไว้ให้ด้วย

        ขอเปรียบเทียบหลักสูตรยอดฮิต วิศวะอินเตอร์ พวกเรานำข้อมูลมาจาก http://www.manager.co.th/Campus/ViewNews.aspx?NewsID=9570000112566 ซึ่งสรุปค่าใช้จ่ายไว้หลายมหาวิทยาลัย เช่น วิศวะอินเตอร์ จุฬา  ค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรนักศึกษาไทยจะอยู่ที่ 704,000 บาท  หรือ วิศวะอินเตอร์ ธรรมศาสตร์ โครงการ TEP จะมีค่าใช้จ่ายนี้ในช่วง 2 ปีแรกที่ศึกษาอยู่ที่เมืองไทย ส่วนอีก 2 ปีสุดท้ายจะต้องคิดราคาตามประเทศที่ไปศึกษาต่อก็จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป ส่วนโครงการ TEPE ที่ศึกษาอยู่ที่ประเทศไทยทั้ง 4 ปี จะมีค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 936,000 บาท จะเห็นว่าเรียนเมืองไทยนี่หมดเป็นล้านเลย แพงนะเอาจริง

        สำหรับการเรียนวิศวะอินเตอร์ ที่เยอรมัน ค่าใช้จ่ายในปีแรกสำหรับการเรียน Pre-college (ต้องทราบก่อนว่าวุฒิการศึกษาระดับมัธยมปลายของไทยและเยอรมันต่างกัน คือ เยอรมันจะเรียนมัธยมทั้งหมด 13 ปี ส่วนไทยเรียนแค่ 12 ปี เพราะฉะนั้นจึงไม่สามารถเทียบวุฒิได้โดยตรง จำเป็นจะต้องเรียน Pre-college หากไม่เข้าเรียนระดับ Pre-college ก่อน จะไม่สามารถเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่เยอรมันได้เลย)

การเรียน Pre-college ใช้เวลา 1 ปี ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 17,500 ยูโร รวมสิ่งต่างๆ ดังนี้

       – ค่าที่พักอาศัย และค่าบริการรับส่งจากสนามบิน

       – ค่าเดินทางภายในรัฐนั้น (ค่ารถไฟ ค่ารถเมล์ ทั้งหมดเลย ฟรีตลอดที่เรียนทั้ง 4 ปี!!)

       – ค่าประกันสุขภาพ ค่าหนังสือเรียน ค่าเทอม ค่าทัศนศึกษา ไป Paris/Berlin และ ค่า Lab  และค่าคอร์สเรียนภาษาเยอรมันเบื้องต้นสำหรับการดำรงชีวิต

h
h

พอเรียน Pre-college จะมีสอบปลายภาค หลังจากนั้นก็จะเข้าเรียนปีปริญญาตรีอีก 3 ปีในมหาวิทยาลัยเยอรมัน โดยไม่ต้องเสียค่าเทอม เสียแต่ค่าธรรมเนียมมหาวิทยาลัย ซึ่งจะรวมค่าเดินทางในรัฐนั้นไว้แล้ว ตกอยู่เทอมละ 20,000 บาทเท่านั้น จะเห็นว่าราคาทั้ง 4 ปีที่เยอรมันถูกกว่าค่าใช้จ่ายในมหาวิทยาลัยชื่อดังของไทยเบื้องต้นอีกค่ะ

คุณสมบัติของนักเรียนไทยที่สามารถสมัครสอบคัดเลือกเข้า Pre-college

1. ต้องจบการศึกษามัธยมศึกษาปีที่ 6

2. มีคะแนน IELTS 4.5  (หากยังไม่มี สมัครเรียนกับทางสถาบันก่อนได้ค่ะ มีคอร์สเฉพาะสำหรับนักเรียนม.ปลาย  รายละเอียดและสมัครโดยกรอก ที่  http://www.kpandrr-academy.com/courses   )

3. ฝ่านการสอบคัดเลือก (Entrance exam) จัดที่ไทย ปีละ 2 ครั้ง สมัครสอบผ่านทางสถาบันไม่เสียค่าใช้จ่ายค่ะ สมัครที่ studyabroad@kpandrr-academy.com

หลักสูตรที่เปิดรับสมัคร

แบ่งเป็น 2 แบบ คือหลักสูตรทางวิศวกรรมศาสตร์และหลักสูตรทางธุรกิจ

หลักสูตรทางวิศวกรรมศาสตร์

การเรียนการสอนเป็นภาษาเยอรมัน โดยนักเรียนจะเรียนเตรียมมหาวิทยาลัย (Pre-college) ที่ Freshman Institute, FH Aachen University of Applied Science (Campus Geilenkirchen) ใกล้เมือง Aachen หลังจากนั้นนักเรียนจะเรียนต่อในระดับปริญญาตรี (3 ปี) ที่ FH Aachen University of Applied Science (ข้อมูลมหาวิทยาลัยเพิ่มเติมที่ https://www.fh-aachen.de )

สาขาวิชาที่สมัครได้คือ

1. Applied Chemistry (B.Sc.)  หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาวิชาเคมีประยุกต์

2. Biomedical Engineering (B.Eng.) หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมชีวการแพทย์

3. Civil Engineering (B.Eng.) หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา

4. Electrical Engineering (B.Eng.) หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า

5. Mechanical Engineering (B.Eng.) หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมเครื่องกล

6. Physical Engineering (B.Eng.) หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาวิศวกรรมกายภาพ

          หลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์ทั้งหมดเรียนที่มหาวิทยาลัย FH Aachen University of Applied Science ถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1902  ชื่อเดิมคือ Royal Higher Mechanical Engineering School Aachen  ได้มีการเปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ สาขา Mechanical Engineering (วิศวกรรมเครื่องกล) เป็นสาขาแรก ต่อมามหาวิทยาลัยได้ขยายการเรียนการสอนไปในสาขาวิชาอื่นๆ โดยยังคงเน้นที่วิชาวิศวกรรมศาสตร์เป็นหลัก

          มหาวิทยาลัย FH Aachen University of Applied Science ได้ติดอันดับ (ranking) 1 ใน 5 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศเยอรมันทางด้านหลักสูตรวิศวกรรมเครื่องกลตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008

อ้างอิงจาก: https://www.fh-aachen.de/en/faculties/mechanical-engineering-and-mechatronics/internes/university-rankings/#c49317

ดาวน์โหลด (53)
h
h

ลักษณะการเรียนการสอน
ปีแรก (Freshman Program): เป็นช่วงการปรับพื้นฐานและเรียนวิชาต่างๆ เช่น ภาษาเยอรมัน คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และมีการปฏิบัติในห้องทดลอง เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการเรียนในหลักสูตรที่นักเรียนเลือก ในปีแรกจะมีการสอบระหว่างเรียน และสอบจบการศึกษา (Final Examination) นักเรียนจะต้องสอบผ่านเกณฑ์ที่สถาบันกำหนด ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเรียนต่อในหลักสูตรที่ต้องการได้
ภาษาที่ใช้ในการเรียน: อังกฤษในช่วงแรกประมาณ 3 เดือนแรก และหลังจากนั้นเรียนเป็นภาษาเยอรมัน
ปี 2-4 (Bachelor Program): เป็นการเรียนตามหลักสูตรที่ตัวเองเลือกไว้
ภาษาที่ใช้ในการเรียน: เยอรมัน

rh2
ดาวน์โหลด (56)
ดาวน์โหลด (57)

หลักสูตรทางธุรกิจ
การเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษ โดยนักเรียนจะเรียนเตรียมมหาวิทยาลัย (Pre-college) ที่ Freshman Institute, FH Aachen University of Applied Science (Campus Bedburg-Hau) ใกล้เมือง Cleve หลังจากนั้นนักเรียนจะเรียนต่อในระดับปริญญาตรี (3 ปี) ที่ Rhein-Waal University of Applied Science  (ข้อมูลมหาวิทยาลัยเพิ่มเติมที่ http://www.hochschule-rhein-waal.de/)

สาขาที่สมัครได้คือ 
1. Agribusiness (B.A.)   หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาธุรกิจการเกษตร
2. Gender and Diversity (B.A.) หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาเพศสภาพศึกษาและความหลากหลาย
3. Science Communication and Bionics (B.A.) หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาการสื่อสารวิทยาศาตร์และชีววิศวกรรม
4. International Taxation and Law (B.A.) หลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขากฎหมายภาษีอากรระหว่างประเทศ
5. Mobility and Logistics (B.Sc.) หลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิต สาขาการจัดการโลจิสติกส์

ลักษณะการเรียนการสอน
ปีแรก (Freshman Program): เป็นช่วงการปรับพื้นฐานและเรียนวิชาต่างๆ เช่น ภาษาเยอรมัน คณิตศาสตร์ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการเรียนในหลักสูตรที่นักเรียนเลือก ในปีแรกจะมีการสอบระหว่างเรียน และสอบจบการศึกษา (Final Examination) นักเรียนจะต้องสอบผ่านเกณฑ์ที่สถาบันกำหนด ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถเรียนต่อในหลักสูตรที่ต้องการได้
ภาษาที่ใช้ในการเรียน: อังกฤษ
ปี 2-4 (Bachelor Program): เป็นการเรียนตามหลักสูตรที่ตัวเองเลือกไว้
ภาษาที่ใช้ในการเรียน: อังกฤษ

        หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเด็กๆ หรือคุณพ่อ คุณแม่ที่กำลังวางแผนให้ลูกๆ ไปเรียนต่อวิศวะ หรือบริหารธุรกิจที่ประเทศเยอรมันนะคะ ราคาไม่แพง ปลอดภัยขนาดนี้ คิดว่าดี คราวหน้าจะมาต่อในระดับปริญญาโทให้ค่ะ

KP&RR

studyabroad@kpandrr-academy.com

Line: kpandrr