img1503822875444-2

KP&RR ล่าทุน: ทุนเรียนต่อที่ไต้หวัน by น้องปลา

น้องปลา นักเรียนเก่าคอร์สปรับพื้นฐานไวยากรณ์ (Grammar from A to Z) และคอร์สพิชิตข้อสอบ IELTS (IELTS The Conqueror) ได้รับทุนเรียนต่อระดับปริญญาโท วิศวกรรมศาสตร์ โยธา ที่ไต้หวัน น้องมาเล่าขั้นตอน วิธีการเตรียมตัวให้ฟังกัน

img1503822875444-2

KP&RR: แนะนำตัวเองหน่อยคนเก่ง

ปลา: ชื่อ จันทร์เพ็ญพร ทับชัย (ปลา) จบจาก สาขาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ตอนนี้กำลังเรียนปริญญาโท คณะ Geotechnical Engineering ที่ National Cheng Kung University ประเทศไต้หวันค่ะ

 

KP&RR: ได้รับทุนเรียนต่ออะไร ?

ปลา: ทุนที่ได้เป็นทุน สำหรับนักศึกษาต่างชาติของทางมหาวิทยาลัยค่ะ ชื่อ ทุน  NCKU Distinguished International Student Scholarship

 

KP&RR: อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้เลือกเรียนต่อวิศวกรรมฯ โยธา ที่ไต้หวัน ?

ปลา: พอดีว่าทำงานรัฐวิสาหกิจมาสักพัก แล้วรู้ว่าทางหน่วยงานสนับสนุนให้พนักงานเรียนต่อในระดับปริญญาโท ในสาขาที่กำหนด ซึ่งสาขานี้จะเรียนเกี่ยวกับ การวิเคราะห์พฤติกรรมของดินเมื่อมีโครงสร้างต่างๆเข้าไปกระทบ โดยงานวิจัยที่ไปทำจะเน้นทางด้านโครงสร้างอุโมงค์ใต้ดิน เห็นว่าเป็นศาสตร์ใหม่ที่น่าสนใจ และที่ไต้หวันมีมหาวิทยาลัยและอาจารย์ที่มีงานตีพิมพ์ ระดับโลกเยอะมาก (มหาวิทยาลัยนี้ติดอันดับ TOP 100 ในด้านวิศวกรรมโยธาของ QS ranking) และในส่วนของโครงสร้างดังกล่าวที่รับแรงแผ่นดินไหวในไต้หวันมีลักษณะพิเศษเฉพาะกว่าที่อื่นจึงตัดสินใจเรียนที่นี่ค่ะ รวมถึงในประเทศไทยและภายในหน่วยงานยังไม่มี specialist ทางด้านนี้ ทางหน่วยงานจึงให้ลาเรียนโดยยังได้เงินเดือนอยู่ด้วยค่ะเลยตัดสินใจไปเลย ปล.สามารถทำงานไปด้วยได้ด้วยค่ะ 20 ชม./สัปดาห์

 

KP&RR: การเตรียมตัวในการสมัครเข้าเรียน เอกสารที่ต้องใช้หรือคำแนะนำอื่นๆเกี่ยวกับการสมัครทุนนี้ ?

ปลา: สามารถส่งใบสมัครไปที่ มหาวิทยาลัย NCKU ( National Cheng Kung University) ได้เลยโดยไม่ต้องทำการรับรองเอกสารหรือปั้มเอกสารใดๆจากทางสถานทูตไทยก่อน รอผ่านค่อยทำรับรองเอกสารได้ค่ะ เสียค่าสมัครประมาณ 1600 NTD (1800 บาทไทย)

ซึ่งการรับสมัครที่นี่แบ่งเป็นสองเทอม คือ Fall กับ Spring ตรวจสอบวันและเวลาเปิดรับสมัครและสาขาวิชาได้ที่ admissions.oia.ncku.edu.tw ในขั้นตอนการสมัครเราจะสามารถเลือกว่าจะรับทุน NCKU Distinguished International Student Scholarship สำหรับนักศึกษาต่างชาติได้ โดยทุนจะต่ออายุทุกปีมีข้อแม้ว่าจะต้องเรียนให้เกิน 80% โดยให้ค่าเทอมฟรี และค่าใช้จ่ายรายเดือนตามที่กำหนดโดยแบ่งตามระดับชั้น ปริญญาโทจะได้ประมาณ 6000 NTD ส่วนการพิจารณาทุนขึ้นอยู่กับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยค่ะ

ส่วนเอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการสมัคร มีรายการตามนี้

1 . Declaration Form *

2 . Diploma *

3 . Transcripts *

4 . Two Letters of Recommendation * (ในส่วนของจดหมายรับรอง ทางมหาวิทยาลัยจะมี E-mail ส่งไปยัง อาจารย์ ที่จะรับรองเราเอง หน้าที่ของเราคือติดต่ออาจารย์และบอกท่านไว้ก่อน ท่านจะได้ตรวจสอบ E-mail)

5 . Study Plan *

6 . Autobiography *

7 . Financial Statement

8 . Additional requirements and documents by departments/ institutes

9 . Identity Card and/or Passport *

10 . Academic thesis or relevant publications(for Ph.D. program applicants)

11 . Remittance Receipt *

12 . English Proficiency Certificate (such as TOEFL, IELTS, TOEIC, or GEPT). *

สำหรับเอกสารที่มีเครื่องหมาย * เรามีความจำเป็นต้องมี เพื่อการพิจารณาในการศึกษาต่อ รายละเอียด ระดับคะแนน สามารถแบ่งได้ตามคณะค่ะ ส่วนมากเอา ielts 6 ขึ้นไป

 

KP&RR: เดินทางเมื่อไหร่จ้ะ ?

ปลา: กำลังจะไปเดือนกันยายนค่ะ จะรีบส่งรูปกลับมาให้พี่ๆนะคะ เดี๋ยวทำรีวิวของกินมาฝากหลายๆร้านเลยค่ะ

GOPR1203

KP&RR เที่ยวยุโรป 8 เมือง 19 วัน Ep.4:Cologne

ตอนที่ 4: Cologne (4 คืน)

รีวิวจากนักท่องเที่ยวเรื่องเยอะ 2 คน เที่ยวสไตล์ slow life ใน Cologne เมืองที่ดีงามมากของเยอรมัน 

ตามอ่านรีวิว KP&RR เที่ยวยุโรป 8 เมือง 19 วัน

ตอนที่ 1: Paris

ตอนที่ 2: Amsterdam

ตอนที่ 3: Brussels

หรือหากต้องการสอบถามเรื่องเรียนต่อเยอรมัน กดที่นี่!

ต้องการอ่านเรื่องชีวิตการเรียนต่อ/การเที่ยว/ทุนที่เคยแชร์ไว้ก่อนหน้านี้ กดที่นี่!

ภารกิจหลักคือ การไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยที่เยอรมันที่เป็น partner ของพวกเรากำลังจะเริ่ม หลังจากไปอยู่เมืองอื่นมานาน 555 พวกเราเดินทางออกจาก Brussels มา Cologne โดยใช้รถไฟ Thalys เหมือนเดิม ตามดูรายละเอียดรถไฟนี้ในรีวิวก่อนหน้าของเราได้ ค่าตั๋วไม่แพงทั้งสองคนแค่ 38 ยูโรเท่านั้น!!! นั่งรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งก็มาถึง Cologne (Köln ในภาษาเยอรมันเขียนแบบนี้)

สำหรับที่พักพวกเราเลือกพักที่โรงแรม Wyndham ซึ่งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟเลย (ฝั่ง Breslauer Platz) สะดวกมาก เดิน 10 ก้าวถึงสถานีรถไฟ มาหาซื้อของกินสะดวกมาก ราคาคืนละประมาณ 3,000 บาท (ค่าโรงแรมที่เยอรมันจะถูกกว่าเมืองอื่นของยุโรปเยอะเลย) แต่โรงแรมบริการแบบมี Attitude ไม่ให้ความช่วยเหลืออะไรเลย มีปัญหาของหายก็ตามไม่ได้ ห้องเล็กเหยียบกันตาย ถ้ามาพักคืนนึงคงโอเค แต่หลายวันจะไม่สบายเอา สำหรับพวกเราครั้งเดียว เลิก!!!  

สิ่งที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ คือ มหาวิหารประจำเมือง (Kölner Dom) เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิค เน้นความสูงของอาคารมาก ภายในของมหาวิหารสูงมาก เมืองนี้เที่ยวง่ายสุดๆ มาเองรับรองไม่หลง เดินออกมาจากสถานีรถไฟ (Hauptbahnhof) ก็จะเจอเลย ประหยัดเวลาเดินหลงมากกกกก หน้าตามหาวิหารเป็นแบบนี้

GOPR1203

อาคารสถานีรถไฟจะมี Starbucks มีที่นั่งโซนด้านนอกเห็นวิวมหาวิหารแบบนี้ สำหรับที่พัก ถ้าไม่ต้องการเดินไกล มีโรงแรม Ibis อยู่สถานีเลย

ดาวน์โหลด

ระหว่างที่รอ check-in เข้าโรงแรม พวกเราเลยมาเดินถ่ายรูปกับมหาวิหาร เอาจริงๆถ่ายทุกวันเลย อยู่ 4 คืน ถ่ายทุกคืน อยากได้ทุกแสง ทุก shot ทุกมุม ชอบมากเหมือน check-in Paragon ทั้งทริปถ่ายมาได้ทุกมุมนะเดี๋ยวจะเห็นรูปข้างล่าง ยกเว้นมุมสูง ปีหน้าเดี๋ยวจะซื้อกล้องโดรน แล้วจะถ่ายจากมุมท้องฟ้ามาให้ดู 55555

ดาวน์โหลด (1)

มุมเดียวกัน แต่ใส่นางแบบเข้าไปให้ นี่สินะที่เค้าว่า อย่าปล่อยกะเทยไว้กับผ้า 5555

ดาวน์โหลด (2)

ดาวน์โหลด (3)

ดาวน์โหลด (4)

ดาวน์โหลด (5)

ถ่ายได้หลายมุมแล้ว เลยคิดว่ารอเก็บภาพตอนเย็นจะได้อีกแสงนึง ตอนนี้พยายามเดินชมเมืองและหาที่กินข้าว เมืองนี้ดีตรงที่ High street คือเดินออกจากบริเวณลานข้างมหาวิหารก็เจอ มีร้านค้าทุกยี่ห้อเหมาะสำหรับนักช้อป เน้นชมเมืองน้อย ช้อปเยอะ ขอให้มาเมืองนี้นะ มีตั้งแต่ High end ยัน high street ดีงามเหลือเกิน เมืองเล็กเดินช้อปได้ทั่ว ไม่ต้องขึ้นรถไฟ รถเมล์ให้เปลืองเลย ปลื้มๆๆๆๆๆ

 

ดาวน์โหลด (6)

มื้อแรกตั้งใจต้องกินอาหารเยอรมันให้ได้ ขาหมูต้องมี เบียร์ต้องมา ไม่ได้หาร้านไว้ก่อนแต่ลองเดินไปเรื่อยๆ ร้านอาหารสวยๆ น่ากินส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณ Heumarkt (จริงๆมี U-bahn หรือรถใต้ดินไปถึง) แต่พวกเราเดินไปแบบชิลล์ๆ แปปเดียวถึง เดินจากลานมหาวิหาร ผ่าน high street เลี้ยวซ้ายไปทาง Altes Rathaus หรือศาลากลางเมืองเก่า เลยไปอีกนิดจะเจอย่าน Heumarkt

ร้านที่เราไปกินได้รับความนิยมจากคนท้องถื่น เข้าไปมีแต่คนเยอรมัน ดีนะพูดเยอรมันได้ มิงั้นคงงง คำถามที่เค้าจะถามเราคือ Kölsch? ซึ่งคือชื่อเบียร์ของเมืองนี้ ถ้าจะลองชิมก็ตอบ Ja (อ่านว่า หยา) เค้ามีชั้นใต้ดินด้วย เลยเลือกนั่งชั้นใต้ดิน เดินมาลงมาเจอเพื่อนเต็มเลย 

ดาวน์โหลด (7)

เลยไปยืนถ่ายรูปกับเพื่อนๆในห้องหุ่น แต่แสงน้อยเลยออกมาน่ากลัวแบบนี้ 555

ดาวน์โหลด (8)

ภายในสวยงามมีโซนที่เป็นผับด้วย

ดาวน์โหลด (9)

ตรงโต๊ะกินข้าว มีบ่อน้ำด้วย เก๋ๆ

ดาวน์โหลด (10)

บอกแล้วว่าร้านสวยจริง ชื่อร้าน Haus Zims เผื่อใครอยากไปลองชิม

ดาวน์โหลด (11)

อาหารมื้อแรกในเมืองนี้ พวกเราสั่งขาหมูเยอรมัน (Schweinshaxe) หมูทอด (Wiener Schnitzel) และไส้กรอกแบบผสม (Wurst) และเบียร์ อาหารจะค่อนข้างใหญ่สำหรับผู้หญิงตัวเล็กๆ มากันสองคนสั่งแต่สองอย่างพอ อย่าเลียนแบบพวกเรา ราคาอาหารคุ้มค่ากับปริมาณและความอร่อย สามอย่างและเบียร์ 5 แก้ว ประมาณ 80 ยูโร

ดาวน์โหลด (12)

หรือถ้าอยากประหยัดมื้อกลางวัน ไว้ทำอย่างอื่นให้ซื้อของจากซุปเปอร์มาร์เกตชื่อ ReWe ก็ได้ มีแซนวิชและของเยอะเลย อยู่หลายที่ทั่วเมืองเลย ทั้งที่สถานีรถไฟ และ high street

ดาวน์โหลด (13)

อยากจะมาเดินย่อยซะหน่อย เป้าหมายต่อไปคือไปริมแม่น้ำไรน์ (Rhein) จากบริเวณ Heumarkt เดินย้อนกลับมาที่ข้างหลัง Altes Rathaus เลี้ยวขวาและเดินตรงลงเนินไป จะเจอลานน้ำพุและบริเวณริมฝั่งแม่น้ำไรน์แบบนี้

ดาวน์โหลด (14)

ดาวน์โหลด (15)

พวกเราเดินต่อไปยังสะพาน เพราะว่าบริเวณน้ำพุเมื่อกี้ลูกเด็กเล็กแดง คู่รักชอบมานั่งดูแม่น้ำ เห็นแล้วอิจ(ฉา) เลยหนีดีกว่า มุ่งหน้ามายัง Hohenzollernbrücke (คำว่า ฺBrücke แปลว่าสะพาน อ่านว่า บรึคเค่อะ) เมื่อข้ามสะพานนี้จะไปยังฝั่งเมืองใหม่ บนสะพานให้ความรู้สึกเหมือนเกาหลีเลย คู่รักเอากุญแจมาล็อคเต็มเลย อิจอีกแล้ว เดินแปบบเดียว เลิก 

ดาวน์โหลด (16)

brücke ถ้ามากันเป็นคู่เอากุญแจมาล็อคได้นะ เอากุญแจโยนลงน้ำด้วย อย่าเอากลับบ้าน ไม่งั้นผิดประเด็น ตอนโยนลูกกุญแจดูด้วยว่ามีเรือผ่านมาหรือเปล่า เรือล่องแม่น้ำไรน์ (Rhein Cruise) คนอยู่เยอะนะ สงสารเค้าบ้าง แล้วถ้ามีเวลาเหลือเยอะไปล่องแบบคนพวกนั้นก็ได้ เรือจะแล่นตามแม่น้ำไรน์ผ่านปราสาทและป้อมในเมืองต่างๆตามแม่น้ำไรน์ ถ้างบน้อยนั่งรถไฟแทนก็ได้  (ไปเมือง Bingen) ประหยัดด้วย เห็นวิวเหมือนกัน 

ดาวน์โหลด (17)

ด้วยแรงริษยาคนอื่น เพราะเราไม่มีคู่รักมาล็อคกุญแจแบบเค้า ฟ้าเลยมืดครึ้มใส่คนคิดไม่ดีแบบพวกเรามากก หนาวลมแรงที่สุด ข้ามสะพานมาแล้วจะเห็นวิวเมืองเก่าและมหาวิหารแบบนี้

ดาวน์โหลด (18) ดาวน์โหลด (19)

เมื่อมาถึงฝั่งเมืองใหม่เห็นว่าเค้ามีงาน Fun park ด้วย พวกเราก็เลยไปขึ้นชิงช้าสวรรค์ชมวิว ตอนแรกจะลงรูปให้ดูแต่ลมตีหน้า ผมพันกัน น่ากลัวมากก กลัวเด็กเห็นแล้วร้องไห้ เลยขอไม่เอารูปลงแล้วกันนะ หลังจากนั้นมาเหนื่อยกิน Erdbeerbowle (เครื่องดื่มแอลกฮอล์ชนิดหนึ่งที่เอาสตรอเบอรี่สดมาหมักกับเหล้า คล้ายๆ Sangria ของสเปน) และเพื่อนร่วมทริปที่เป็นตากล้องให้ ลูกศิษย์จากคอร์ส IELTS ที่สถาบัน KP&RR Academy น้องเรียนปริญญาโทอยู่ที่มหาวิทยาลัย Weimar ในเยอรมัน ส่วนอีกคนนางอ้างว่าเป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัย แต่พวกเราอิจค่ะ 5555

ดาวน์โหลด (20)

เดินกลับมายังเมืองเก่า เพื่อกลับมา check-in ที่โรงแรม อันนี้เป็นมุมจากข้างหลังมหาวิหาร

ดาวน์โหลด (21)

ตอนเย็นแล้วก็จะได้อีกแบบนึง ถ่ายชิดๆ

ดาวน์โหลด (22)

ดาวน์โหลด (23)

ตรงบริเวณลานมหาวิหารจะมีพิพิธภัณฑ์ Römisch-Germanisches Museum จัดแสดงวัตถุโบราณจากยุคโรมันและยุคกลางตอนต้นค่ะ ส่วนข้างหลังอาคารนี้จะมีพิพิธภัณฑ์ Museum Ludwig จัดแสดงศิลปะแบบ Modern มีชิ้นงานของ Andy Warhol, Brillo Boxes ใครเป็นแฟนต้องเข้าชมนะ 

ดาวน์โหลด (24)

ส่วนนี้คือสถานีรถไฟหลักของเมือง ถ่ายจากมหาวิหาร ภายในอาคารสถานีรถไฟ มีร้านอาหาร มีโรงแรม Ibis มีร้านขายเครื่องสำอางค์ Douglas ใครอยากได้น้ำหอม เครื่องสำอางค์ จัดเลยย สาขานี้ปิดดึกกว่าสาขาในเมือง ของเยอะกว่าด้วย

ดาวน์โหลด (25)

วิวจากโรงแรมที่พวกเราพัก เห็นมหาวิหารและสถานีรถไฟ ส่วนสีฟ้าๆนั่นไม่ใช่ยานแม่นะ แต่เป็น Oper หรือ Opera house ของเมืองนี้

ดาวน์โหลด (26)วันถัดมาเป็นวันอาทิตย์ ปกติคนเยอรมันจะไม่ทำงานวันอาทิตย์เลย ห้างร้านนี่ปิดหมด เค้าไปเดินเล่นในสวนสาธารณะกัน ปิคนิคในสวน พวกเราไม่มีอะไรเก็บภาพมหาวิหารไปเยอะมากแล้ว เลยไป Outlet ที่อยู่นอกเมืองค่ะ อยู่ในเนเธอร์แลนด์ ถ้าใครไม่ใช่นักช้อปก็เดินเล่นในสวนสาธารณะในเมืองเหมือนคนท้องถิ่นก็ได้

ดาวน์โหลด (27)

กลับมาจาก Outlet ก็มืดค่ำเลยแวะทำสิ่งเดิม คือถ่ายรูปมหาวิหารตอนมืดๆเก็บไว้ ไม่ว่ามุมไหนก็สวย

ดาวน์โหลด (28)

ตรงพื้นมีคนมาวาดภาพไว้ด้วย สวยดี อย่าไปเดินเหยียบย่ำนะ เค้าอุตส่าห์วาดซะสวย

ดาวน์โหลด (29)

อีกสองวันที่เหลือพวกเราไปเที่ยวและไปเยี่ยมมหาวิทยาลัยในเมืองใกล้เคียง คือ เมือง Aachen, Bonn เดี๋ยวจะทำรีวิวแยกไว้ เมืองทั้งสามเป็นเมืองที่อยู่ในรัฐ North Rheine-Westphalia ซื้อตั๋วแบบ Landskarte หรือตั๋วรัฐ ก็สามารถเดินทางได้ทั้งสามเมืองเลยโดยไม่ต้องซื้อตั๋วใหม่ ส่วนข้างล่างเป็นรูปกับมหาวิหารในวันสุดท้ายก่อนออกเดินทางไป Munich  

ดาวน์โหลด (30)

วันนี้พวกเราเข้าไปข้างในมหาวิหาร สามารถเข้าชมได้ฟรี

ดาวน์โหลด (31)

ดาวน์โหลด (32)

ดาวน์โหลด (37)

ดาวน์โหลด (33)

ดาวน์โหลด (34)

ดาวน์โหลด (35)

ดาวน์โหลด (36)

ดาวน์โหลด (37)

เมืองนี้น่ารัก จริงๆมีที่ท่องเที่ยวเยอะกว่านี้แต่พวกเราเหนื่อยง่ายเลยโฟกัสแค่มหาวิหารพอ 5555 เมืองนี้คนใจดี หมาน่ารักด้วย

ดาวน์โหลด (38)

Cologne

Hotel: Wyndham Hotel สิ่งเดียวที่ดีของโรงแรมนี้คือ ที่ตั้งที่อยู่ใกล้สถานีรถไฟ แต่ราคาประมาณนี้หาที่อื่นได้เหมือนกัน ห้องเล็ก บริการไม่ดี พักที่อื่นนะ 

Transportation: เดินค่ะ ประหยัดและสะดวก เมืองเล็ก ไปไหนเดินได้หมด ยกเว้นจะออกไปเมืองรอบข้างก็นั่งรถไฟแบบ Regional/IC/ICE เลือกเอาตามราคาที่ถูกใจ

Do not miss! อย่าลืมพาคู่มานะคะถ้าจะมาล็อคกุญแจบนสะพานข้ามแม่น้ำไรน์ ถ้ามาหาเอาที่นี่จะไม่ได้ล็อคกุญแจเอา 555

 

ดาวน์โหลด (2)

KP&RR เที่ยวยุโรป 8 เมือง 19 วัน Ep.3:Brussels

ตอนที่ 3: Brussels (2 คืน)

รีวิวจากนักท่องเที่ยวเรื่องเยอะ 2 คน เที่ยวสไตล์ slow life เมืองนี้วันเดียวเที่ยวพอนะ

ตามอ่านรีวิว KP&RR เที่ยวยุโรป 8 เมือง 19 วัน

ตอนที่ 1: Paris

ตอนที่ 2: Amsterdam

หรือหากต้องการสอบถามเรื่องเรียนต่อเยอรมัน กดที่นี่!

ต้องการอ่านเรื่องชีวิตการเรียนต่อ/การเที่ยว/ทุนที่เคยแชร์ไว้ก่อนหน้านี้ กดที่นี่!

หลังจากจุดหมายแรกของทริปคือ Amsterdam ผ่านไป พวกเรานั่งรถไฟมาที่ Brussels ประเทศ Belgium (แนะนำให้จองรถไฟล่วงหน้าที่ www.thalys.com พวกเราจองชั้น 2 ล่วงหน้า ได้ราคา 58 ยูโรของ 2 คน) รถไฟใช้เวลาวิ่ง 2 ชั่วโมงจากสถานี Amsterdam Centraal มาจอดที่สถานี Brussels Midi (Zuid) 

ด้วยความที่ของเยอะเลยจองโรงแรมให้ใกล้สถานีที่สุด คือ Ibis Brussels Centre Gare Midi (อยู่ตรงข้ามสถานีเลย) ห้องกว้างเลยเมื่อเทียบกับ Ibis ที่อื่นๆ (ห้องหนึ่งประกอบด้วย Double bed 1 เตียงและ Single bed 1 เตียง คือนอนได้ 3 คนสบายๆ) ราคา 2 คืน ประมาณ 5,700 บาท มาถึงก็ดึกแล้ว เลยทำไรไม่ได้ เพราะบรรยากาศโดยรอบไม่เหมือน Amsterdam ตอนแรกวางแผนจะไปเที่ยวกลางคืนด้วย แต่เห็นบรรยากาศแล้วนอนดูทีวีในห้องก็ได้ 5555

พวกเราเริ่มต้นเที่ยวแบบงงๆ เพราะไม่เข้าใจภาษาฝรั่งเศสและไม่ชอบเสียเงินซื้อแผนที่ (แผนที่ฟรีจากโรงแรมก็ไม่ละเอียด เอาเป็นเที่ยวแบบหลงๆนะ) แนะนำให้ซื้อตั๋ววัน (Discover Brussels 24 hours) ราคา 7.5 ยูโร เข้าไปตรงส่วนที่มีเจ้าหน้าที่ขายตั๋วก็ได้ถ้ากลัวว่าจะงงเวลาซื้อกับเครื่อง หน้าตาของตั๋ววันเป็นแบบนี้

ดาวน์โหลด

เป้าหมายแรกคือไป Grand Palace เลยนั่งรถใต้ดิน (Metro) สายสีเขียวหรือชมพูจากสถานี Brussels Midi (Zuid) ซึ่งอยู่หน้าโรงแรม ไปลงที่สถานี Beurs Bourse แต่นั่งเลยสถานี ไปโผล่สถานี De Brouckere เจอ homeless เต็มไปหมด นอนเต็มสถานี น่ากลัวมาก จริงๆจากสถานีนี้ก็เดินไป Grand Palace ได้ แต่ไม่เอาดีกว่า เลยนั่งรถย้อนกลับไปสถานีเดิม ออกมาแล้วเดินตามป้ายเลยก็จะเจอแล้ว

ดาวน์โหลด (1)

บรรยากาศของ Grand Palace ไปตอนเช้าจะย้อนแสงนะ 

ดาวน์โหลด (2)

อีกฝั่งนึงก็ยังย้อนแสงอยู่ดี ถ้าอยากได้ภาพแบบไม่ย้อนแสงต้องลองมาตอนเย็นๆหรือค่ำๆคงจะสวยอีกแบบ แต่พวกเราไม่กล้า เมืองก็ดูมีหลายเชื้อชาติเหลือเกินโดยเฉพาะคนดำและแขก เอาจริงกลัวโดนแซวเลยไม่กล้าออกมา ใครรู้ตัวว่าแมนๆเตะบอล ออกมาเลย

ดาวน์โหลด (3)

แบบมีคนอยู่ มุมธรรมดาไกลๆ

ดาวน์โหลด (4)

วิวเดียวกัน ถ้าให้อยากให้รูปสวยกว่าเดิม บอกตากล้องให้นอนถ่ายแล้วเสยขึ้นแบบนี้ 5555

ดาวน์โหลด (5)

ถ้าอยากได้ภาพสวยแบบนี้ ต้องรอรถม้าวิ่งมานะ 555

ดาวน์โหลด (6)

ถ้าถ่ายรูปเหนื่อยแล้ว ตรงจัตุรัสจะมีร้านอาหารอยู่หลายร้านเลย มาทั้งทีก็ต้องลองกินหอยดำของที่นี้ซะหน่อย พวกเรากินร้าน T Kelderke มา 3 คนกิน 3 หม้อไปเลย แต่ละหม้อแถม Frites มาด้วย อิ่มมาก แล้วเค้ามีเบียร์ Belgium หลายชนิดให้เลือกด้วย (มื้อนี้ประมาณ 80 ยูโร 3 คน อร่อยมากกก คุ้มค่า วิวสวยด้วย)

ดาวน์โหลด (7) ดาวน์โหลด (8)

พวกเราสั่งทั้งแบบอบไวน์ด้วย และแบบอบกระเทียบ อร่อยทั้งสองแบบ แต่อบต้มยำไม่มีนะ

ดาวน์โหลด (9)

อันนี้อบกับไวน์ขาว กินจนมึนเลย 555

ดาวน์โหลด (10)

กินเสร็จแล้ว ภารกิจต่อไปคือ ไปหารูปปั้น Manneken Pis (เด็กผู้ชายยืนฉี่) เดินออกจากจัตุรัสตามฝูงชนไปไม่ไกลเลย ระหว่างทางจะเจอภาพกราฟฟฟิคตามตึกด้วย

ดาวน์โหลด (11)

เจอแล้วเดินมาแค่ 2 ช่วงตึก อันนั้นแหละรูปปั้นตรงนั้นเล็กๆอ่ะ

ดาวน์โหลด (12)

คนเค้าจะมาถ่ายรูปกันตลอด พวกเราเลยถ่ายได้แค่นี้ ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ 555

ดาวน์โหลด (13)

หลังจากนั้นถ้าเดินขึ้นเนินจากตรงแยกรูปปั้น Manneken Pis ตามถนนขึ้นมาเรื่อยๆ จะเจอ Manneken version hip hop บนกำแพงแบบนี้ เอาจริงอันนี้ยิ่งใหญ่กว่ารูปปั้นจริงอีกนะ 55

ดาวน์โหลด (14)

ภารกิจต่อไปคืออยากจะไปถ่ายรูปกับ Mont des Arts หรือ Arts hill ที่เค้าว่ากันว่าสวยและเห็นวิวทั้งเมือง แต่เดินไปเดินมาแล้วหลงมาเจอตรงนี้ คือ Tour D’Angle เคยเป็นส่วนหนึ่งกำแพงเมือง เห็นว่าแปลกดีดูมีอะไร ของเก่า ของใหม่มา crash กัน เลยเก็บภาพมา

ดาวน์โหลด (15)

แต่รูปบางรูปจะสวยกว่าถ้ามีคนอยู่ในนั้น ลองดูๆ 555

ดาวน์โหลด (16)

จาก Tour D’Angle ย้อนกลับมาตามถนน Keizerslaan ไปเรื่อยๆจะเจอ Mont des Arts อันนี้เป็นภาพระหว่างทาง

GOPR1032

 

ถึง Mont des Arts แล้ว จะมีพิพิธภัณฑ์ด้วยแต่พวกเราไม่ได้เข้า แถวนี้สวยจะเป็นจุดชมวิว ถ่ายลงไปเห็นทั้งเมือง ถ้าเอากล้องใหญ่ๆมาถ่ายคงสวย แต่นี่ถ่ายรูปไม่ค่อยเป็นเลยได้แค่นี้ 555 ที่นี่ไม่แนะนำให้มาตอนกลางคืนนะ น่าจะอันตรายเดี๋ยวของหายหมด

GOPR0993

เดินขึ้นเนินมาอีกจาก Mont des Arts จะเจอย่านพิพิธภัณฑ์ ที่เห็นอยู่ด้านหลังคือ Place Royale น่าเสียดายคุณพี่ผู้ชายด้านหลังไม่ให้ความร่วมมือเลย รูปเลยเป็นอย่างงั้น 555

ดาวน์โหลด (17)

พวกเราไปช่วงเมษายน Amsterdam ยังหนาวอยู่เลย แต่ Brussels ร้อนมาก 20 กว่าองศาและด้วยแดดที่แรงกล้าเหลือเกิน คนเหนื่อง่ายอย่างพวกเราเลยยอมแพ้ ขอเที่ยวอีกที่เดียวแล้วกลับโรงแรมดีกว่า สถานที่สุดท้ายที่เราไปคือ Atomium

วิธีการเดินทาง จากจุดที่เราอยู่คือแถว Mont de Arts เดินตามถนน Kantersteen อีก 2 ช่วงตึก จะถึงสถานีรถใต้ดิน Gare Centrale หลังจากนั้นให้นั่งรถไฟสายสีชมพู/เหลืองไปลงสถานี Beekkant เพื่อต่อสายรถไฟสายสีฟ้าน้ำทะเลไปลงสถานี Heysel (Heizel) ขึ้นมาจากสถานีจะเจอลานจอดรถ มองไกลๆก็จะเห็น Atomium แบบนี้

ดาวน์โหลด (18)

จริงๆสามารถขึ้นไปชมวิวข้างบนได้ แต่วันที่พวกเราไปพวกเราเหนื่อยมากแล้ว ไม่อยากขึ้น เลยขออยู่ห่างๆแทน

ดาวน์โหลด (19)

ถ่ายได้หลายมุมเลย แต่มุมนี้เหมือนกลับยานแม่ เพี้ยนๆๆ ลองดูเพื่อนๆเห็นแล้วประทับใจแน่ 555

ดาวน์โหลด (20)

Brussels

Hotel: Ibis Brussels Centre Gare Midi เหมาะสำหรับคนที่แวะเมืองนี้ไม่กี่วันและต้องเดินทางต่อไปที่อื่น เพราะถ้าใช้รถไฟไปประเทศอื่นต้องขึ้นที่สถานีนี้ โรงแรมอยู่ตรงข้ามสถานี ข้อเสียคือตอนกลางคืนมืด น่ากลัวและมีคนดำเยอะ

Transportation: ใช้รถไฟใต้ดิน (Metro) เป็นหลัก เดินทางไม่ยากแต่สกปรกนะ 

Do not miss! อย่าลืมกินหอยดำของ Belgium (เรียกว่า Moules & Frites) ร้านที่พวกเราไป บรรยากาศดี อร่อย แต่ราคาสูง คำแนะนำคือประหยัดมื้อเช้าและเย็นแล้วซื้อแซนวิชกิน แล้วมากินหนักมื้อเที่ยงไรงี้

เจอกันคราวหน้ากับหลายๆเมืองของเยอรมันนะ

KP&RR

 

 

ดาวน์โหลด (71)

KP&RRเที่ยวยุโรป 8 เมือง 19 วัน Ep.2:Amsterdam

ตอนที่ 2: Amsterdam (3 คืน)

รีวิวของนักท่องเที่ยวเรื่องเยอะ 2 คนเน้น slow life เมืองน่ารัก ให้อยู่เป็นเดือนก็ไม่เบื่อ!

ตามอ่านรีวิว KP&RR เที่ยวยุโรป 8 เมือง 19 วัน ของ KP&RR ได้ตามนี้เลย

ตอนที่ 1: Paris

หากต้องการสอบถามเรื่องเรียนต่อเยอรมันระดับป.ตรี กดที่นี่!

ต้องการอ่านเรื่องชีวิตการเรียนต่อ/การเที่ยว/ทุนที่เคยแชร์ไว้ก่อนหน้านี้ กดที่นี่!

ตามแผนการเดิมของพวกเราถ้าไม่ตกเครื่องจะมีเวลาอยู่ที่ Amsterdam 3 วัน 2 คืน ก่อนไปเมืองอื่นๆ คือ Brussels, Cologne, Bonn, Aachen, Munich, Berlin โดยเป้าหมายหลักส่วนใหญ่ของทริปนี้คือการไปเยี่ยมหาวิทยาลัยที่เยอรมัน เนื่องจากพวกเราเป็นตัวแทนส่งนักเรียนไทยไปเรียนต่อระดับปริญญาตรี แต่ก่อนไปแวะพัก Amsterdam พวกเราเลยขอรีวิวเมืองนี้หน่อย 

เริ่มต้นจากโรงแรมที่อยู่ พวกเราจองโรงแรม Inntel Hotel อยู่ห่างจากสถานี Amsterdam Centraal แค่ 1 ป้ายรถราง สะดวกมาก โรงแรมนี้เป็นโรงแรม 4 ดาว สะอาดและพนักงานพูดภาษาอังกฤษดีมาก (ซื้อเป็นแพคเกจพร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ รวมค่าโรงแรม 2 คืน ตกแล้วคืนละประมาณ 4,000 กว่าบาท) แต่ด้วยความที่ตกเครื่องบิน ต้องไปลงเครื่องที่ Paris มาถึง Amsterdam ก็เย็นแล้ว วันแรกเลยไม่ได้เที่ยวมากนัก 

ภาพจากสถานี Amsterdam Centraal

ดาวน์โหลด (58)

ข้ามฝั่งมาจะมี Tourist Information Center และ GVB Center (ศูนย์ขายตั๋วรถทุกประเภท)

ดาวน์โหลด (59)

พวกเราเอาตั๋วแต่ละแบบมาให้ดู 

บนซ้าย- ตั๋วรถไฟแบบ Regional พวกเราซื้อเพื่อไปดูกังหันลมที่ Zaanse Schans ราคาแบบไป-กลับคนละ 6.2 ยูโร (ต้อง Validate ตั๋วก่อนใช้ที่สถานีรถไฟ และแตะบัตรที่เครื่องตรงสถานี)

บนกลาง- ตั๋วรถของ GVB นั่งได้ทุกแบบในเมืองเป็นเวลา 1 ชั่วโมง ราคาคนละ 2.9 ยูโร (อย่าทำหายนะ เพราะต้องแตะบัตรเข้าออกที่เครื่องในรถ)

บนขวา- ตั๋วรถของ GVB นั่งได้ทุกแบบในเมืองเป็นเวลา 24 ชั่วโมง ราคาคนละ 7.5 ยูโร (อย่าทำหายเช่นกัน เพราะต้องแตะบัตรเข้าออกที่เครื่องในรถ) ถ้าอยู่ทั้งวันซื้อแบบนี้เลย คุ้มกว่า

ล่างกลาง – ตั๋ว 1 Day Amsterdam Travel เป็นตั๋วที่รวมค่ารถไฟจากสนามบิน Schiphol เข้ามาในเมือง และสามารถใช้ขึ้นรถทุกแบบในเมืองได้ 1 วัน ราคา 15 ยูโร ซื้อได้จากเคาน์เตอร์ (ตรงข้าม Burger King) ในสนามบิน

ดาวน์โหลด (60)

ที่นี่เป็นเมืองจักรยาน อย่าไปเดินเลนของจักรยานนะเธอ

ดาวน์โหลด (61)

มาถึงเย็นแล้วเลยจะออกไปหาของกินกัน ระหว่างทางเลยแวะมาดูบ้านของ Anne Frank (เด็กหญิงชาวยิว ที่หลบซ่อนจากพวกทหารนาซีในบ้านที่ Amsterdam) สามารถนั่งรถรางสาย 1,2,5 มาลงหน้า Magna Plaza เลี้ยวซ้ายเข้ามาทาง Radhuisstraat เดินผ่านสะพานข้ามคลอง 3 คลอง แล้วจะเจอ

ดาวน์โหลด (62)

ตรงหัวมุมจะมีรูปปั้น Anne Frank ให้เลี้ยวเข้าซอยเลียบคลองเลย

ดาวน์โหลด (63)

ด้านหน้าของบ้าน Anne Frank ตอนเย็นแล้วคิวยังยาวอยู่เลย ใครจะมาต้องเผื่อเวลานะ

ดาวน์โหลด (64)

แต่พวกเราไม่เข้าอยู่แล้ว เลยถ่ายรูปวิวแล้วไปที่อื่นต่อ 555

ดาวน์โหลด (65)

ฝั่งตรงข้ามบ้าน Anne Frank วิวงามดี ที่นี่มีคลองเยอะมาก คลองถือเป็น signature ของเมืองด้วยนะเธอ ถ่ายรูปคลองแถมด้วยจักรยานเก็บไว้เค้าจะได้รู้ว่ามาจริง 55

ดาวน์โหลด (66)หลังจากนั้นพวกเราเดินไปหาร้านอาหารทะเล Seafood Bar ที่ดังๆกิน แต่ไม่ได้จองคิวไว้ก่อน คนแน่นมากเลยยอมแพ้ TT ไปหาที่อื่นก็ได้ เลยเดินกลับมากแถวพิพิธภัณฑ์ Rijksmuseum ที่มีป้าย I am Amsterdam ที่คนชอบมาถ่ายรูปกันเพื่อแวะถ่ายรูปตอนกลางคืน Rijksmuseum อยู่บริเวณที่เรียกว่า Museumplein เป็นบริเวณที่มีพิพิธภัณฑ์ดังๆหลายแห่ง นอกจาก Rijksmuseum แล้ว ก็ยังมี Van Gogh Museum, Stedelijk Museum และ House of Bols ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

ดาวน์โหลด (67)

ภาพจะดีมากถ้าไม่มีขวดขยะอยู่ตรงนั้น แต่จะให้เดินไปเก็บขยะ หรือ photoshop ก็จะพยายามเกินไป เอาแบบดิบๆล่ะกันนะ อย่างน้อยก็มีดอกทิวลิปติดมากด้วย อีกหนึ่ง signature ของประเทศนี้ล่ะดาวน์โหลด (68)

ดาวน์โหลด (69)

ช่วยหามุม I am Amsterdam ในแบบที่ไม่ค่อยมีคนและไม่เหมือนใครมาให้ ตอนที่ไปคือช่วงเมษายน เกือบสามทุ่มแล้ว ฟ้ายังไม่มืดสนิท แสงเลยออกมาแปลกๆแบบนี้ดาวน์โหลด (70) ดาวน์โหลด (71)

วันรุ่งขึ้นพวกเราเดินจากโรงแรมมายัง Dam Square แถวนี้จะห้างใหญ่ De Bijenkorf ของแบรนด์เนมวางเรียงรายเต็ม หรือถ้าไม่ชอบแนวนี้ไปเดิน High street ก็ได้ มี shop เต็มไปหมดทุกยี่ห้อ เพราะถนนยาวมาก

ดาวน์โหลด (72)

ถ้าต้องการไป High street จากรูปให้ไปตรงหัวมุมตึกที่ 2 เลย 🙂

ดาวน์โหลด (73)

แต่เป้าหมายเราไม่ใช่ shopping เราจะหาร้านอาหารเช้าเก๋ๆ ย่านที่มีร้านเก๋ๆและคาเฟ่แบบฮิปสเตอร์เรียกว่า De Pijp จาก Dam Square ขึ้นรถรางสาย 16 หรือ 24 จากฝั่งตรงข้ามห้าง De Bijenkorf  ลงป้ายที่เลย Heineken Experience มา 1 ป้าย

ร้านที่เรามากินมีฮิปสเตอร์เต็ม ชื่อร้าน Coffee&Coconuts 

ดาวน์โหลด (74)

ดาวน์โหลด (75)

มากันสองคนดูกินสิ พวกเรากินแพนเค้ก เพราะถือเป็นอาหารท้องถิ่นอย่างหนึ่งของที่นี่ แต่ร้านนี้เก๋มากเป็นแพนเค้กที่มีส่วนผสมของมะพร้าวคั่ว ดีงามม กาแฟก็ดีมากเช่นกัน ส่วนอีกจานเป็น scrambled egg กับ avocado เด็ด ค่าเสียหายทั้งมื้อประมาณ 50 ยูโร บอกแล้วเน้นกินนะ ถ้าจะมากินสั่งแค่คนละจานพอนะ ไม่งั้นอิ่มท้องแตก เปลืองด้วย !

ดาวน์โหลด (76)

ดาวน์โหลด (77)

กินอิ่มแล้วยังซื้อ smoothies จากร้านเมื่อกี้อีก กินล้างผลาญมากแต่เมนูคือเอากล้วยปั่นผสมอัลมอนด์และโกโก้เข้มข้น ดีงามม กินเยอะเลยต้องเดินย่อย ชมเมืองไปเรื่อยๆ จริงๆมีตั๋วรถแบบวันนะแต่ไม่ขึ้น เพี้ยนมากอย่าทำตาม 555

ดาวน์โหลด (78)เดินตามรถรางสาย 16 ไปเรื่อยๆ ก็จะไปเจอ Museumplein หรือย่านพิพิธภัณฑ์ พวกเราพิพิธภัณฑ์อื่นคิวยาวมาก เลยตัดสินใจข้ามฝั่งจากพิพิธภัณฑ์ Van Gogh มาที่พิพิธภัณฑ์ House of Bols เป็นพิพิธภัณฑ์แบบ Interactive เน้นผู้ชมมีส่นร่วม สนุกมาก ค่าเข้าคนละ 14.50 ยูโร รวม Cocktail 1 แก้ว และ เหล้าของ Bols อีก 2 shot เคาน์เตอร์จะให้เหรียญมา 2 เหรียญไว้แลกเครื่องดื่นตอนสุดท้าย อย่าทิ้ง อย่ากิน อย่าทำหายก่อนนะ 555 ใครไม่ได้มาสายชื่นชมศิลปะ แต่ชอบดื่มแบบพวกเรา แนะนำค่ะ

ดาวน์โหลด (79)

ห้องแรกจะเป็นห้องแสดงประวัติทั่วไปของตระกูล Bols

ดาวน์โหลด (80)

ห้องถัดมาจะแสดงบ้านเซรามิคแบบต่างๆของเนเธอร์แลนด์

ดาวน์โหลด (81)

ดาวน์โหลด (82)

ห้องนี่จะเริ่ม active แล้ว จะได้ชิมและดมกลิ่นวัตถุดิบต่างๆที่ใช้ในการผลิตเครื่องดื่ม

ดาวน์โหลด (83)

พอดมกลิ่นเสร็จแล้วให้ทายว่ากลิ่นอะไร ดูเฉลยจากป้าย พี่ KP ถูกเกือบหมด มาสายเหล้าจริงๆ 555

ดาวน์โหลด (84)

ชอบกลิ่นไหนให้จำไว้ ข้างบนเค้าจะมีให้ชิม เอาเหรียญที่เก็บไว้ไปแลกได้ 2 กลิ่น

ดาวน์โหลด (85)

ดาวน์โหลด (86) ดาวน์โหลด (87)

ห้องจัดแสดงเหล้าตัวท็อปสุดของตระกูล Bols

ดาวน์โหลด (88)

ขึ้นมาด้านบนจะพบเครื่องกลั่น และวิธีการกลั่นแบบต่างๆ

ดาวน์โหลด (89)

เมื่อชมครบทุกห้อง เราสามารถหยอดเหรียญที่เค้าให้มาในเครื่องคอมพิวเตอร์ กดเลือกเครื่องดื่ม Cocktail ที่เหมาะกับเราจากคอมพิวเตอร์ ปริ้นท์ออกมาแล้วนำไปให้บาร์เทนเดอร์ได้เลย ส่วนอีกเหรียญให้เลือกชิมเหล้าของ Bols รสและกลิ่นที่ตัวเองชอบอีก 2 แก้ว shot

ดาวน์โหลด (90)

ตรงบริเวณบาร์จะมีห้องให้เราอัดวิดีโอ ท่าทางโยนขวดแบบบาร์เทนเดอร์ แล้วแชร์มายัง facebook/email ได้ด้วย ตลกมาก อยากดูของพวกเราป่ะ อ่ะๆๆ ตามนี้ 

http://bols.bitmove2.tv/landing_ENG/landing.php?uid=841687F904ED6110930786D4397C34C3

บรรยากาศบริเวณ Museumplein

ดาวน์โหลด (91) ดาวน์โหลด (92)

2015-04-09+12.15.28

ดาวน์โหลด (93)

หลังจากนั้นตอนบ่ายว่างๆ พวกเราตัดสินใจไปดูกังหันลม ที่ Zaanse Schans วิธีการเดินทาง คือ ใช้รถไฟแบบ regional เส้นทางที่มุ่งหน้า Uitgeest จากสถานี Amsterdam ไปลงที่สถานี Koog Zaandijk  ค่าตั๋วไปกลับ 6.2 ยูโร

ดาวน์โหลด (94)

เมื่อออกมาจากสถานีให้เดินตามอุโมงค์ทางซ้ายขึ้นมา ออกมาปุบจะได้กลิ่นประหลาดๆจากโรงงานโกโก้ แปลว่าถึงแล้ว ให้เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ ผ่านบ้านคนไปเรื่อยๆจนสุดแล้วเลี้ยวซ้าย

ดาวน์โหลด (95)

หลังจากนั้นเดินต่อมาอีกหน่อยจะเห็นกังหันแบบนี้ ให้ข้ามสะพานก็จะถึงบริเวณที่จะไปชมกังหันจริงๆ เวลาข้ามสะพานดูดีๆนะ บางครั้งสะพานเค้าเปิดให้เรือผ่านใต้สะพาน จะตกน้ำเอา 555

ดาวน์โหลด (96)

ข้ามสะพานมาแล้วจะเจออะไรแบบนี้ บริเวณที่มีกังหันจะอยู่ทางซ้ายมือเมื่อลงจากสะพาน

ดาวน์โหลด (97)

เดินมาเรื่อยๆจะเจอร้านอาหาร โรงแรม บรรยากาศน่ารัก มีตู็ไปรษณีย์ด้วย 55

ดาวน์โหลด (98)

ดาวน์โหลด (99)

ถึงแล้ว กังหันเต็ม เลือกถ่ายได้เลย

ดาวน์โหลด (100)

บอกแล้วกังหันเต็มมม ถ้าขยันๆให้เดินไปตามทางเรื่อยๆ ก็จะได้มุมสวยๆ มีทุ่งหญ้าเยอะๆเลย เอากระโปรงพริ้วๆไปด้วยนะ รูปจะสวยยย แต่นี่ขี้เกียจ เลยได้แค่นี้ ตอนนี้หน้าไม่สวยแล้วเดินเยอะ เลยเห็นแค่เงานะ 555

ดาวน์โหลด (101)

ขากลับจากชมกังหันลม สถานี Zaandam จะเป็นทางผ่านอยู่แล้ว ซื้อตั๋วแวะลงได้ มาถ่ายรูปกับโรงแรมนี้ที่สวยงาม หรือใครเป็นแฟนห้าง Primark ก็มาได้ ร้านใหญ่มาก อยู่ตรงข้ามกับโรงแรมนี้เลย

ดาวน์โหลด (102)

เหนื่อยมากเป็นวันที่ยาวนาน กลับมาหาของกินเติมพลังก่อนเดินเที่ยวเล่นตอนกลางคืน ตลกมากอยู่ Amsterdam นะแต่กินอาหารสเปน อร่อยมากกก แต่จำชื่อร้านไม่ได้ อยู่แถวโรงแรมเลย เมืองนี้มีอาหารหลายชาติ เลือกที่ถูกใจนะ หรือจะกินแพนเค้ก อาหารท้องถิ่นของที่นี่อีกก็ได้นะ ถ้าไม่เบื่อ 🙂

ดาวน์โหลด (103)

พอกินเสร็จแล้ว พวกเราไปต่อที่ Leidseplein (นั่งรถรางสาย 1,2,5) เพราะมีจุดหมายคือไป Coffee shop (ไม่ใช่ร้านกาแฟ ที่นี่ร้านกาแฟเรียกว่า cafe ถ้า coffee shop หมายถึงร้านมี weed บริการสำหรับนักท่องเที่ยวแบบถูกกฎหมาย) ย่านนี้ตอนกลางคืนคึกคักมาก มีร้านอาหาร บาร์ คาสิโน และ coffee shop หรือที่เที่ยวกลางคืนเต็ม 

สำหรับ coffee shop พวกเราไป The Bulldog เพราะไปถึงก็เจอ ร้านใหญ่โต ป้ายใหญ่โต แต่ขอไม่ลงรูปแล้วกันนะ เพราะเข้าไปกินแค่น้ำสัม ตามสไตล์นางเอกอ่ะค่ะ 5555ส่ว

Amsterdam

Hotel: The Inntel Hotel โรงแรมสะดวกมาก อยู่ใกล้สถานีรถไฟ Amsterdam Centraal ใกล้แบบเดินได้ หรือถ้าขี้เกียจข้ามถนนออกมาก็เจอรถราง ทุกอย่างดีหมด ยกเว้นราคา 5555

Transportation: เค้าใช้รถรางกัน หรือไม่ก็ขี่จักรยานถ้าทนหนาวได้นะ หรือถ้าเป็นสิงห์นักปั่นในกรุงเทพเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ขี่จักรยานเลย มีเลนจักรยาน ปลอดภัย แต่เค้าซิ่งมากนะที่นี้

Do not miss! มาถึงถิ่นแล้ว อย่าลืมไปลอง Coffee shop ที่นี้ มีหลายร้าน หลายราคา ไม่ค่อยน่ากลัวนะอย่างที่จินตนาการนะ มีทั่วเมืองเลย 

แล้วเจอกันคราวหน้าที่ Brussels,Belgium

KP&RR

ดาวน์โหลด (31)

KP&RRเที่ยวยุโรป 8 เมือง 19 วัน Ep.1:Paris

รีวิวนี้เกิดจากคน 2 คนที่ไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวตัวยง ไม่ได้เป็น backpacker ไม่เป็นตากล้องมืออาชีพ เป็นคน 2 คนที่ความอดทนต่ำ รายได้ไม่เยอะแต่เรื่องเยอะ อยู่ยากกินยาก แล้วอยากไปเที่ยวยุโรปเหมือนคนอื่นบ้าง เลยทำรีวิวนี้ให้คนที่คล้ายๆกับเรา ถ้ารีวิวไม่ตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ต้องขออภัยไว้ก่อนนะคะ ทริปนี้ไปเพราะต้องไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยที่เยอรมัน เพื่อเก็บเป็นข้อมูลสำหรับคนที่จะไปเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่เยอรมัน เลยไปเยอรมันหลายเมืองเลย

หากต้องการสอบถามเรื่องเรียนต่อเยอรมันระดับป.ตรี กดที่นี่!

ต้องการอ่านเรื่องชีวิตการเรียนต่อ/การเที่ยว/ทุนที่เคยแชร์ไว้ก่อนหน้านี้ กดที่นี่!

สรุปค่าใช้จ่ายและแผนการเดินทาง

ระยะเวลาทั้งหมด: 19 วัน (รวมวันออกเดินทางด้วย)
เมืองที่ไป (ตามแผนการ): Amsterdam, Brussels, Cologne, Aachen, Bonn, Munich, Berlin
ค่าใช้จ่าย (รวมของ 2 คน): ประมาณ 154,000 บาท ของทั้งสองคน แบ่งเป็น
ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (Bangkok- Amsterdam) และค่าโรงแรม ประมาณ 94,400 บาท (พักโรงแรมทั้งหมด 16 คืน ไม่ได้พักโฮสเทล เลยออกมาแพงหน่อยค่ะ) / ค่าเดินทางทั้งทริป 17,532 บาท (คิดที่เรท 36 บาทตอนไป ค่าตํ่วรถไฟแพงหน่อย เพราะเพื่อนทำตั๋ววันหายทุกเมืองที่ไปค่ะ 555) ที่เหลือคือค่ากิน ประมาณ 42,000 บาท 

* แต่ด้วยความที่เป็นคนเพี้ยนๆ เลยตกเครื่องค่ะ แผนการทั้งหมดเลยเปลี่ยนเล็กน้อย คือ จากที่ต้องเดินทางไปลง Amsterdam เลยต้องซื้อตั๋วใหม่ไปลง Paris แทน สรุปเลยต้องนั่งการบินไทยไปลง Paris เพื่อต่อรถไฟไปยัง Amsterdam เพื่อจะทำให้ทริปทั้งหมดเกิดต่อไปได้ แน่นอนเมื่อเป็น no-show ขาไป ขากลับเลยโดนยกเลิกไปด้วย เลยซื้อตั๋วใหม่ของ Finn Air บินจาก Amsterdam กลับกรุงเทพ (ค่าใช้จ่ายจากตั๋วใหม่ ไม่รวมข้างบนนะคะ)*

หลังจากหาตั๋ววุ่นวาย สุดท้ายตัดสินใจไปลง Paris แทนเพื่อต่อรถไฟไป Amsterdam ตามแผนเดิม

ดาวน์โหลด (27)

ได้นั่ง A380 อาหารบนเครื่องประมาณนี้

 

ดาวน์โหลด (28)

ด้วยความโชคดีหรือเพราะพี่สจ๊วตการบินไทยบนเครื่องสงสารในเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ตกเครื่องและไม่รู้เรื่องอีก พี่สจ๊วตอุตส่าห์วาดแผนที่และแนะนำแม้กระทั่งสถานี Metro ให้ ว่าจะไปถ่ายรูปกับหอ Eiffel ยังไง  พี่คงกลัวว่าไปแล้วหลงเพราะ Paris ไม่อยู่ในแผนพวกเราตั้งแต่แรก คุณพี่เลยช่วยเหลืออย่างดี ประทับใจในบริการมากค่ะ รักคุณพี่เท่าฟ้าเลย

ดาวน์โหลด (29)

หลังจากถึงสนามบินแล้ว พวกเรานั่งรถไฟเข้าเมืองไปที่สถานี Gare du Nord เพื่อไปซื้อตั๋วรถไฟไป Amsterdam ซื้อตั๋วได้แล้ว เลยไปฝากกระเป๋า (ฝากได้ 24 ชั่วโมง 10 ยูโร ที่ฝากกระเป๋าอยู่ชั้นใต้ดินของสถานี) ไหนๆก็มาถึงแล้วแบบไม่ตั้งใจ แต่รูปต้องออกมาสวย เลยขอเปลี่ยนชุดหน่อย

ดาวน์โหลด (30)

หลังจากถึงสนามบินแล้ว พวกเรานั่งรถไฟเข้าเมืองไปที่สถานี Gare du Nord เพื่อไปซื้อตั๋วรถไฟไป Amsterdam ซื้อตั๋วได้แล้ว เลยไปฝากกระเป๋า (ฝากได้ 24 ชั่วโมง 10 ยูโร ที่ฝากกระเป๋าอยู่ชั้นใต้ดินของสถานี) ไหนๆก็มาถึงแล้วแบบไม่ตั้งใจ แต่รูปต้องออกมาสวย เลยขอเปลี่ยนชุดหน่อย

ดาวน์โหลด (31)

มุมนี้ดีนะ คนไม่พลุกพล่าน

ดาวน์โหลด (32)

เอานายแบบใส่เข้าไปให้ดู ว่ามุมนี้โอเคจริงๆ 55

ดาวน์โหลด (33)

หลังจากนั้น พวกเราพยายามจะไปประตูชัย (Arc de Triomphe) โดยลงที่สถานี Concorde แล้วเดินต่อไป เดินผ่าน Obelisk ไปยังประตูชัย แต่เป็นสัตว์ใหญ่เคลื่อนตัวช้า เดินไม่ถึงสักที รถไฟไป Amsterdam ใกล้จะออกแล้ว เลยถอดใจ ไปไม่ถึง

ดาวน์โหลด (34)

2 ชั่วโมงใน Paris ผ่านไป ตอนนี้มุ่งหน้าไป Amsterdam ตามแผนเดิมแล้ว ปกติค่าตั๋วรถไฟเส้นทาง Paris/Amsterdam/Brussels/Cologne จะไม่แพงเลย ถ้าซื้อตั๋วล่วงหน้า เข้าไปดูได้ที่ www.thalys.com (รถไฟชั้น 2 เดินทาง 2 คนเริ่มต้นที่ 39 ยูโร แล้วเเต่เส้นทาง) แต่นี้ตกเครื่อง เลยซื้อตั๋วแบบนาทีสุดท้าย ค่าตั๋ว 2 คน นั่งชั้น 2 เลยอยู่ที่คนละ 132 ยูโรเลยค่ะ TT (ถ้าซื้อนาทีสุดท้าย ตั๋วแพงขนาดนี้ เค้าให้เล่น wi-fi ได้นะ ต้องมองโลกแง่บวก 555)

ดาวน์โหลด (35) ดาวน์โหลด (36)

รถไฟ Thalys ตรงเวลา สะอาดด้วย พวกเรานั่งชั้น 2 ก็แฮปปี้แล้ว ถ้าอยากประหยัดเงิน นั่งชั้น 2 ก็พอ ประมาณ 3 ชั่วโมงก็ถึงสถานี Amsterdam Centraal

ดาวน์โหลด (37) ดาวน์โหลด (38)

มาถึงแบบเหนื้อยยย เหนื่อยยย

ดาวน์โหลด (39)

ครั้งต่อไป พวกเราจะมารีวิวการเที่ยว Amsterdam แบบพวกเรา และด้วยความที่มีภารกิจที่เยอรมันด้วย เลยไปเยอรมันหลายเมืองเลยค่ะ เดี๋ยวจะมารีวิวแต่ละเมืองอย่างละเอียด 
Amsterdam:

ดาวน์โหลด (40)

Brussels:

ดาวน์โหลด (41)

Cologne, Aachen, Bonn, Munich, Berlin

ดาวน์โหลด (42) ดาวน์โหลด (43)ดาวน์โหลด (44)

ดาวน์โหลด (45)

เจอกันคราวหน้าค่ะ
KP&RR

ดาวน์โหลด (17)

KP&RR เรียนฟรีที่เยอรมัน:Ep.3 เที่ยวเยอรมัน เที่ยวยุโรป

ก่อนเล่าเรื่องเที่ยว มีข่าวมาบอกสำหรับน้องๆที่กำลังสนใจเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ประเทศเยอรมัน ตอนนี้เราได้ทำการอัพเดทข้อมูล การเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ที่ประเทศเยอรมันเอาไว้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kpandrr-academy.com/study-germany หรือ Click!! รูปด้านล่างเพื่อดาวน์โหลด รายละเอียดเพิ่มเติมทั้งหมดของการเรียนปริญญาตรีที่เยอรมัน ทั้งตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับมหาวิทยาลัยในไทย ทุนการศึกษา และ หลักสูตรการเรียน

 

ดาวน์โหลด (2)

ท้าวความกลับไปตั้งแต่ต้นเรื่อง เราเริ่มเรียนที่เยอรมัน เมือง Weimar ด้าน Urbanism หรือสถาปัตยกรรมผังเมืองตั้งแต่ winter semester 2014 ที่ผ่านมา เวลาผ่านไปพักใหญ่กับการเรียนเทอมแรก  เรื่องเรียนนั้นเราเด่น เรื่องเล่นเราก็ดี เรื่องเที่ยวไม่ต้องพูดถึง ลงวิชาเลือกทุกวิชาที่ได้ออกนอกสถานที่กะว่าได้ไปเที่ยวแน่เอาให้คุ้ม  สำหรับ winter semester วันหยุดที่สำคัญนั้นก็คือช่วงคริสมาสต์ ดังนั้นเที่ยวทั่วเลยจ้าพอหยุดช่วงปีใหม่ แล้วแผนการเที่ยวเป็นอย่างไร เราจะแบ่งรายละเอียด เป็นสองทริปย่อยๆ จาก เริ่มแรกผลพลอยได้จากการลงวิชาเลือกที่ทำให้ได้ไปเที่ยว Berlin เป็นครั้งแรก กับ ทริปสิบห้าวันช่วงปีใหม่ลงใต้มา Switzerland แล้ววกกลับขึ้นไปตอนเหนือของเยอรมันซึ่งสนุกสนานเฮฮากันทีเดียว

ดาวน์โหลด (17)

เปิดตัวหลีดกันด้วยภาพนี้บนภูเขา Zermatt-Matterhorn ที่ Switzerland ตอนพระอาทิตย์ตก สวยแบบไม่พึ่ง apps……ขอเข้าเรื่องเที่ยวในเทอมแรกของการเรียนแบ่งเป็นเที่ยวใหญ่ๆสองรอบตามนี้เรยจ้าาาา

01 มาเยอรมันก็ต้องไป Berlin สิ..

       มาถึงเยอรมันก็ต้องมา Berlin แล้วยังไงถึงจะคุ้มกับการเสียค่ารถมา Berlin หนึ่งครั้ง เราเลือกที่จะลงวิชาเรียนซึ่งรู้แน่ว่าจะได้มาทัศนศึกษาที่ Berlin แล้ววันทัศนศึกษาตรงกะวันหยุดเสาร์ อาทิดย์ แถมตรงกับฮาโลวีน มันแน่ๆดูท่าแล้ว ลงวิชานี้โลดดดดดด หลังจากนั้นเมื่อมาถึง นอกจากจะได้ทัศนศึกษาเกี่ยวกับวิชานี้แล้ว เรายังได้ไปที่ต่างๆที่นักท่องเที่ยวเค้าไปกันมีอะไรบ้างใน Berlin เยอะแยะมากมาย เช่น Brandenburger Tor (ประตูเบอร์ลิน) Reichstag (รัฐสภาสร้างใหม่) Jewish Museum (พิพิธภัณฑ์ชองชาวยิว) ซึ่งน่าสนใจมากเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวม ประวัติศาสตร์ของชาวยิว และข้าวของต่างๆ รวมถึงมีห้องที่จำลองบรรยากาศความเป็นอยู่ให้เสมือนเราอยู่ในบรรยากาศจริงเหมือเป็นคนยิวในตอนนั้น Coool!

 

 

ดาวน์โหลด (18)

และคุ้มกับค่าเหลือเกินที่มาจาก Weimar ซึ่งห่างจาก Berlin สามชั่วโมงโดยรถบัส ปล. รถบัสที่นี่ถูกและดีมาก มี wifi ในบางคันถ้าโชคดีนะ 55555555555  

 

ดาวน์โหลด (20) ดาวน์โหลด (19)

หลังจากเสร็จการทัศนศึกษาและดูงานกับมหาวิทยาลัยแล้ว เลยได้ไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่างๆใน Berlin สวยๆเลย Happy!

02 Chirstmas Trip จ๊ะ Switzerland—> Wismar—>Rostock

      การเดินทางครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนที่พักจากรุ่นพี่คนไทย ที่ฝึกงานอยู่ที่เมือง Zurich ซึ่งเราก็ทุ่นค่าที่พักกันไปและเที่ยวทั่ว Switzerland เป็นเวลาเจ็ดวัน ขาไปที่น่าจดจำ ไปอย่างไร ? เราเลือกเดินทางแบบ “bla bla car” คือการเเชร์รถกับคนอื่นเหมือนขออาศัยไปด้วยจ่ายน้อยกว่าแล้วได้เพื่อนใหม่เต็มจ้าาาา สนุกสนาน เราขอติดรถเพื่อนฝรั่งที่เรียนคอร์สเดียวกันในมหาลัยไปนั่งไปด้วยกัน ประมาณ 6 ชั่วโมงจนถึง Zurich เสียไปแค่ 15 ยูโรเท่านั้น

              แล้วไปไหนบ้างหล่ะใน Switzerland ? แน่นอนเดินในตัวเมืองและสถานที่ในเมืองที่คนเค้าไปๆกัน แต่เราโชคดีจ๊ะ Chirstmas time แสงสีเต็มเมืองไปหมด แถมยังมีถนนคนเดินอีกด้วย สวยงามกันไป  จากนั้นระยะเวลาหนึ่งอาทิตย์เปรียบเสมือนสวรรค์ ไปไหนมาอีก? ขออธิบายว่าเราได้ไป Zermatt เป็นภูเขาที่สูงเป็นอันดับสามใน Switzerland เป็นงานเน้นหิมะ

 

ดาวน์โหลด (21)ดาวน์โหลด (22)

จากนั้นได้ไปเมือง Lausanne และ Vevay เมืองเล็กที่เต็มไปด้วยวิวที่น่าประทับใจ ทั้งภูเขาทะเลสาบ ปราสาท ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วประทับใจเมือง Vevey มากที่สุดเพราะมีทะเลสาบสวยไปหมด ชอบเมืองเล็กๆแถบนี้หมดทุกเมืองพูดเลย ไปวันอากาศดี อารมณ์นี่ดีตามไปด้วย

ดาวน์โหลด (24) ดาวน์โหลด (23)

     หลังจากได้ไปใช้ชีวิตที่ Switzerland ที่งดงามกันไปเราก็ขึ้นเหนือมาแวะที่เยอรมันกันอีกสักระยะหนึ่ง เพื่อจะมาcount down กับเพื่อชาวไทยที่ไม่เคยมีมาก่อนใน Weimar และอยากจะเที่ยวต่อเนื่องในวันหยุดยาว เราได้รับการสนับสนุนที่พักฟรีของเพื่อนคนไทยที่เรียน lighting design ที่นี่ที่เมืองท่า Wismar  เมืองเล็กทางตอนเหนือของเยอรมัน เป็นเมืองท่าเรือที่มีเบอร์เกอปลาอร่อยขึ้นชื่อ  โดยรวมแล้วเมืองน่ารักเงียบสงบดี นอกจากนี้ยังมีเมืองที่ใกล้ๆกันที่น่าประทับใจ คือเมือง Rostock เมืองชายทะเลที่ลมแรงเหลือเกินแต่สวยงาม  

ดาวน์โหลด (26) ดาวน์โหลด (25)

รูปข้างบนนี้คือ Doberaner Muenster เป็นคล้ายๆ โบสถ์เก่าที่ Bad Doberan ซึ่งใหญ่สวยเลยในเขต Rostock คนมาเที่ยวเยอะ มีร้านกาแฟ กับ เค้ก เบเกอรี่ที่อร่อยเอาไว้หลบหนาว เมือง Bad Doberan เมืองเล็กที่ดูจะมีประวัติศาสตร์มากมายอยู่ห่างจาก Wismar ไม่มากประมาณครึ่งชั่วโมงรถไฟ เราก็เลยได้มา one day trip ที่นี่โดยรวมแล้วชอบ เมืองน่ารักมีพิพิธภัณฑ์ มีรถไฟโบราณนั่งไปชายทะเล

          ขอสรุปตอนที่สาม สาระมีไม่มากแต่รูปมีให้ดูเต็มเลย 555555 คุ้มค่ามากที่มาทริปยาวๆแบบนี้ก่อนกลับ Weimar 15  วัน สองประเทศ ประมาณ 6 เมืองหลักๆ โดยรวมที่ไปมา สนุกดี ส่วน Berlin มีโอกาสคงได้ไปเรื่อยๆเนื่องจากไม่ไกลจาก Weimar 

 TO BE CONTINUED…. 😀

ผู้เขียน

Pam เป็นนักเรียนเก่าของสถาบัน KP&RR Academy คอร์สพิชิตข้อสอบ IELTS The Conqueror และคอร์สปูพื้นฐานไวยากรณ์ Grammar from A to Z ปัจจุบันได้รับเลือกเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโททางสถาปัตยกรรมผังเมือง โปรแกรม Advanced Urbanism, Bauhaus University มหาวิทยาลัยทางด้านสถาปัตยกรรม และวิศวกรรม ชื่อดังในเมือง Weimar ประเทศเยอรมัน

 

ดาวน์โหลด (7)

KP&RR เรียนฟรีที่เยอรมัน:Ep.2 ใช้ชีวิต Study hard,PARTY harder

สำหรับน้องๆที่กำลังสนใจเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ประเทศเยอรมัน ตอนนี้เราได้ทำการอัพเดทข้อมูล การเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ที่ประเทศเยอรมันเอาไว้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kpandrr-academy.com/study-germany หรือ Click!! รูปด้านล่างเพื่อดาวน์โหลด รายละเอียดเพิ่มเติมทั้งหมดของการเรียนปริญญาตรีที่เยอรมัน ทั้งตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับมหาวิทยาลัยในไทย ทุนการศึกษา และ หลักสูตรการเรียน

 

ดาวน์โหลด (2)

เข้าสู่เดือนที่สองของการเรียนที่ Bauhaus University, Weimar และการมาอยู่ ในเมืองที่ไม่ใช้กรุงเทพอันซิวิไลวซ์  Weimar เป็นเมืองมรดกของเยอรมันนีเปรียบได้กับอยุธยาบ้านเราชีวิตเป็นอย่างไรบ้าง เรียนหนักไหม ปาร์ตี้หล่ะ แล้วเพื่อนหล่ะ ???!!! ปัญหาโลกแตก ของการมาเรียน แล้วยังไงหล่ะ

     เปิดเทอมๆ ยังไงๆ งานเยอะแยะ ถามว่าเครียดไหม ตอบเลยว่ามาก จวบจนตอนนี้ก็ยังเครียดอยู่ เรียนเยอะไหม เรียนเยอะแยะ  มีเพื่อนใหม่แล้วยังไง มาถึงเมืองนอกเมืองนาอย่ามัวเศร้าสร้อย ถามว่ามีเพื่อนไหม ตอบได้ว่ามี แต่ถ้าถามว่ามีเพื่อนคนไทยไหม ขอตอบว่ามีตัวเองคนเดียวในเมือง 55555  ดังนั้น ต้องใช้ชีวิตให้คุ้มใครชวนไปไหนต้องไป ยังไงหล่ะ

 

ดาวน์โหลด (7)ดาวน์โหลด (8)

ช่วงบุกเบิก ; ช่วงฮาร์ดคอร์ที่สุดสำหรับการเป็นนักเรียนไทยคนเดียวในหมู่มวลเพื่อนๆ ดังนั้น ต้องเอาตัวรอด ใครชวนไปไหนเราก็ไปๆ จะได้ชินซะ จากรูป ปิกนิค จ๊ะ ปิกนิค กุ้กกิ้กแฮปปี้ กันในสวน

ดาวน์โหลด (9)  ดาวน์โหลด (10)ดาวน์โหลด (11)

ชีวิตนักเรียนในต่างแดนก็ต้อง ปาร์ตี้ HARD หลังจากทำงานอย่างทรหดจดจ่อ  วันนี้เราจะมาดูที่ปาร์ตี้กันในเมืองนี้เมืองเล็กๆว่ามีอะไรบ้าง ของแบ่งเป็นข้อๆ

001 ผับไง ผับทั่วไปจ๊ะ เนื่องจากเมืองเล็ก ผับที่มีสามารถนับได้ ที่นี่มีสามสี่ที่ได้ ไม่ใช่สามสิบสี่ แต่ที่น่าไปมีแค่สามหรือสี่ที่ 555555  แอบถ่ายรูปมาแปะให้ดู นอกจากเมืองจะเล็กแล้วผับยังเล็กด้วย 555555

002 ผับมหาลัยสำหรับนักเรียน ที่เรียนที่ Bauhaus University, Weimar จะเปิดทุกคืนวันพฤหัส ผับนี่อยู่ใจกลางมหาลัยติดกับ International Camps Office ดี้ดี  นักศึกษาเป็นบาร์เทนเดอร์เอง เบียร์ คอกเทลถูก และดี ถูกจริงๆ ถูกกว่าเมืองไทยอีกอ่ะ  ส่วนใหญ่ คนที่มาก็เป็นนักศึกษา อาจารย์ ประมาณนั้น

 

ดาวน์โหลด (12)

003 งานมหาลัย เปรียบเสมือนผับใหญ่โต มีตอนเปิดเทอม ทุกงาน โรงอาหารใหญ่จะถูกเปลี่ยนเป็นผับใหญ่ๆ  สนุกสนานเด็กเก่าเด็กใหม่มาเยอะแยะไปหมด มหาลัยก็ดีสนับสนุนการปาร์ตี้ จัดดนตรี เลื่อนโต๊ะในโรงอาหารให้เป็นผับเลยย

 

ดาวน์โหลด (13)

004 บ้านเพื่อนไง ฝรั่งมีปาร์ตี้แทบทุกวัน ถ้ามาได้สักระยะนึง มีเพื่อนมี gang เท่านั้นแหละ สนุกสนานเฮฮา  มีเล่นกงเล่นเกมส์อะไรก็ว่าไป ฝึกภาษาอังกฤษไปในตัว

 

ดาวน์โหลด (14)

005 ในครัวของหอเราเอง เนื่องจากมาอยู่หอมหาลัย (studentenwerk) หอแต่ละหอจะต้องแชร์ครัวกับคนอื่นที่อยู่ในชั้นเดียวกัน ซึ่งมีที่เยอะแยะเหมาะแก่การปาร์ตี้และแด้นซ์นั่นเอง เราก็เลยจัดปาร์ตี้กะเพื่อนๆเราโดยใช้ครัวของหอนี่แหละทั้งทำอาหาร ผสม drink  รวมถึงเปิดเพลงด๊านซ์ อยู่เฮฮาปาร์ตี้ได้ทั้งคืน…..

 

ดาวน์โหลด (7)

006 งานเทศกาลประจำเมือง เช่น คริสมาสต์ ฮาโลวีน นั่นอ่ะธรรมดา เพราะที่เมือง Weimar มีเทศกาลหัวหอมจ้าาา 555 มีคอนเสิร์ต เบียร์ ปารตี้ แสง สี เสียง เสมือนงานวัดบ้านเรา อากาศดีสวยงาม มีชิงช้าสวรรค์ และยิงเป้าด้วย ช่วงนี้ไปจนถึงปีใหม่กันเลย

 

ดาวน์โหลด (16)

blog อ่านเอาความรู้เล็กๆ สนุกๆ ตอนต่อไป น่าจะเรื่องเกี๋ยวกับการจองหอ ชีวิตในหอละกันจะได้ดูวิชาการ มีความรู้ อิอิ รอแป๊ป . TO BE CONTINUED 😀

Pam,

for KP&RR Academy

ผู้เขียน

Pam เป็นนักเรียนเก่าของสถาบัน KP&RR Academy คอร์สพิชิตข้อสอบ IELTS The Conqueror และคอร์สปูพื้นฐานไวยากรณ์ Grammar from A to Z ปัจจุบันได้รับเลือกเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโททางสถาปัตยกรรมผังเมือง โปรแกรม Advanced Urbanism, Bauhaus University มหาวิทยาลัยทางด้านสถาปัตยกรรม และวิศวกรรม ชื่อดังในเมือง Weimar ประเทศเยอรมัน

 

สนามบินที่เมือง Frankfurt am Main

KP&RR เรียนฟรีที่เยอรมัน: Ep.1 ตัดสินใจ

สำหรับน้องๆที่กำลังสนใจเรียนต่อระดับปริญญาตรีที่ประเทศเยอรมัน ตอนนี้เราได้ทำการอัพเดทข้อมูล การเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ที่ประเทศเยอรมันเอาไว้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kpandrr-academy.com/study-germany หรือ Click!! รูปด้านล่างเพื่อดาวน์โหลด รายละเอียดเพิ่มเติมทั้งหมดของการเรียนปริญญาตรีที่เยอรมัน ทั้งตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับมหาวิทยาลัยในไทย ทุนการศึกษา และ หลักสูตรการเรียน

ดาวน์โหลด (2)

ส่วนคนที่กำลังหาที่เรียนระดับปริญญาโท อ่านต่อเลยจ้าาา แต่ต้องขอท้าวความไปก่อนเลยว่ามีความฝันว่าอยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกกะเขาบ้างหล่ะหลังจากจบ ป.ตรี ทีนี้ทำยังไงหล่ะ เงินมีไม่มากด้วยหล่ะ อยากไปเที่ยวด้วยหล่ะ อยากชีคอยากคูลด้วยหล่ะ?? และทำไมถึงต้องเป็นประเทศ ‘Germany’?

บรรยากาศเมือง Weimar
บรรยากาศเมือง Weimar
บรรยากาศเมือง Weimar
บรรยากาศเมือง Weimar
20B89B76-0A5B-450C-8D27-287F52E4B9B6
บรรยากาศเมือง Weimar
บรรยากาศเมือง Weimar
บรรยากาศเมือง Weimar
มหาวิทยาลัย Weimar
มหาวิทยาลัย Weimar

จากรูปข้างบนอ่ะๆๆ สวยดีน่าอยู่อาศัย ดูปลอดภัยกว่าแถวบ้านอีก ชั่งข้อดีแล้วมากกว่าข้อด้อยแล้วทำไมต้องไม่ใช่หล่ะในเมื่อ…………

        0      ค่าเรียนถูก! ค่าครองชีพถูกสามารถรับได้ ! เป็นที่เลื่องลือมานานแล้วว่าเยอรมันและแถบสแกนดิเนเวีย ถูกยังกะเรียนฟรี  ถามว่าจริงหรือไม่ ขอตอบว่า “จริงค่า” เทอมแรกจ่ายไปสัปดาห์ที่ผ่านมา เรียกว่า Contribution semester ประมาณ 175 ยูโรเท่านั้น (ทั้งนี้ทั้งนั้นไอ้ 175 ยูโรที่จ่ายไปเนี่ยมันก็คือค่าเดินทางฟรีในรัฐนั้นๆ แล้วนะถ้าจะขึ้นรถบัสหรือรถไฟใกล้ๆในรัฐเดียวกันก็ฟรีๆต้องโชว์บัตรนักศึกษา)

              ค่าที่พักหล่ะ!!! โดยปกติถ้าคิดตามเรทเงินต้องแพงชัวร์ แต่คิดว่าน่าจะหาได้ถูก สุดท้ายก็ได้ที่พักราคาถูก แบบถูกกว่ากรุงเทพ แต่มาตรฐานโอเคมา ได้มาได้ยังไงติดตามกันในตอนต่อไป อิอิ…

               ปล1. ขอขยายความนิดหน่อย เรื่องค่าเทอม บางมหาลัยค่าเรียนก็จะแค่ค่าบำรุงเท่านั้นประมาณ 300 ยูโร ส่วนบางมหาวิทยาลับอาจเก็บค่าเทอมประมาณ 500-700 ยูโรแล้วแต่รัฐ แต่ก็ยังถูกกว่าไทยอยู่ดี เอาจริง! เท่าที่รู้บางเมือง เช่น Wismar ทางตอนเหนือ หรือ Weimar ที่กำลังเรียน ยังคงเสียแค่ค่าบำรุงเท่านั้นนน!!!

      00     ชีวิตตตตดี อากาศดีนะหนาวแต่ไม่หนาวมากมายเหมือนแถบเหนือๆ ผู้คนมีระเบียบ เนี้ยบตรงต่อเวลา เดินทางง่ายด้วยรถไฟ รึแม้กระทั้งรถบัส ยังตร๊งตรงเวลา ดังนั้นแปลว่าเราสามารถเดินทางไปได้รอบประเทศในเครือ EU ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบอีกอย่างหนึ่งในเรื่องการท่องเที่ยว สะดวกรวดเร็วไปง่าย  ใจกลางยุโรปติดๆกันไปซะทุกประเทศแปลว่าเราสามารถนั่งรถไฟข้ามไปข้ามมาเพื่อท่องเที่ยวได้ ถามว่าอันตรายไหมจากที่อยู่มาร่วมๆ ห้าวัน อันตรายน้อยกว่าเมืองไทย ไม่มีจิ้กโก๋ จี้ปล้นน่าจะน้อยกว่าเมืองไทย

 

สนามบินที่เมือง Frankfurt am Main
สนามบินที่เมือง Frankfurt am Main
สนามบินที่เมือง Frankfurt am Main
สนามบินที่เมือง Frankfurt am Main
สนามบินที่เมือง Frankfurt am Main
สนามบินที่เมือง Frankfurt am Main
รถไฟระหว่างเมืองภายในรัฐ เมือง Weimar
รถไฟระหว่างเมืองภายในรัฐ เมือง Weimar

ปลที่2 พอได้บัตรนักศึกษาจะกลายเป็นตั๋วเที่ยวได้ในรัฐ สามารถนั่งรถไฟระหว่างเมืองภายในรัฐนั้นๆได้ ย้ำให้อีกทีตามรูปบนรถไฟสีแดงนี่ฟรี แต่ขาวนี่คือรถไฟเร็วไม่ฟรีจ๊ะ

      000   ภาษาหล่ะ?? เค้าพูดภาษาเยอรมันเป็นหลักจ๊ะ แต่เค้าก็พูดภาษาอังกฤษกันนะ 555 ถ้ามาดูให้ลึกลงไปจากเวป DAAD (http://www.daad.or.th/en/ ) เค้ามีหลายคอร์สเลย ที่สอนเป็นภาษาอังกฤษล้วนๆ 100%  คะแนน IELTS ส่วนใหญ่รับที่ 6.0 สบายๆ มาสายชิว สำหรับในกรณีที่จะมาในคอร์สที่เรียนเป็นภาษาเยอรมันก็ต้องมีพื้นฐานภาษาเยอรมัน ประมาณระดับ B2 หรือมากกว่านั้นนะ แต่ละคอร์สไม่เหมือนกันต้องลองเช็คก่อนนะตรง Requirements ของแต่ละคอร์ส

ทีนี้ จะดูคอสเรียนได้ที่ไหนหล่ะ ทุกคอร์สจะสามารถดูได้จาก เวบไซค์ของ DAAD โดยจะมีดีเทลเรื่อง หลักสูตรโปรแกรม ค่าเรียน และเอกสารที่ใช้ apply รวมไปถึงทุนเรียนฟรีที่เยอรมันด้วย ในปีการศึกษานั้นๆหล่ะ (https://www.daad.de/deutschland/studienangebote/international-programs/en/)

ช่วงนี้ชี้แนะ +++ ลิ้งหน้าตาเป็นแบบนี้เลย เข้าไปใส่ keywords ไปตอร์สจะออกมาว่าต้อง apply เมื่อไหร่และลิ้งไปยังหน้าเวปมหาลัยด้วย

ตัวอย่างการหาคอร์สในหน้า DAAD
ตัวอย่างการหาคอร์สในหน้า DAAD

 

เลือกประเทศได้แน่แล้ว ทีนี้เอกสารยังไงหล่ะรอแป๊ป รอแป๊ป . TO BE CONTINUED 😀

Pam,

for KP&RR Academy

ผู้เขียน

Pam เป็นนักเรียนเก่าของสถาบัน KP&RR Academy คอร์สพิชิตข้อสอบ IELTS The Conqueror และคอร์สปูพื้นฐานไวยากรณ์ Grammar from A to Z ปัจจุบันได้รับเลือกเข้าเรียนต่อระดับปริญญาโททางสถาปัตยกรรมผังเมือง โปรแกรม Advanced Urbanism, Bauhaus University มหาวิทยาลัยทางด้านสถาปัตยกรรม และวิศวกรรม ชื่อดังในเมือง Weimar ประเทศเยอรมัน

ดาวน์โหลด (2)

✈ เรียนต่อนอก ทุนเรียนฟรี: เยอรมนี (ทุน DAAD)

นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยและนักเรียนที่สถาบัน KP&RR Academy ถามพวกเราเสมอเรื่องทุนเรียนฟรีในต่างประเทศ ในฐานะที่เป็นนักเรียนทุนเรียนฟรีเต็มจำนวนที่ประเทศสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) ในระดับปริญญาโท มาก่อนและปัจจุบันเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย พูดเลยว่าเป็นตัวจริงเรื่องการศึกษาค่ะ (ไม่ใช่ตัวจริงเรื่องปิ้งย่าง หิหิ กล้าเล่น 555) พวกเราเลยพยายามรวบรวมข่าวสารเรื่องการเรียนต่อต่างประเทศแบบฟรีๆ ไว้ที่นี่

ตอนนี้เราได้ทำการอัพเดทข้อมูล การเรียนต่อในระดับปริญญาตรี ที่ประเทศเยอรมันเอาไว้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.kpandrr-academy.com/study-germany หรือ Click!! รูปด้านล่างเพื่อดาวน์โหลด รายละเอียดเพิ่มเติมทั้งหมดของการเรียนปริญญาตรีที่เยอรมัน ทั้งตารางเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับมหาวิทยาลัยในไทย ทุนการศึกษา และ หลักสูตรการเรียน

ดาวน์โหลด (2)

180360_10150098731466445_6606353_n ดาวน์โหลด ดาวน์โหลด (1) ดาวน์โหลด (2)

ทุนการศึกษา ณ ประเทศเยอรมนี

KP&RR ขอเริ่มนำเสนอทุนการศึกษาของประเทศเยอรมนี เนื่องจากประเทศนี้ให้ทุนฟรีเต็มจำนวนอย่างต่อเนื่องทุกปี หลายๆคนเข้าใจผิดว่าต้องรู้ภาษาเยอรมันเท่านั้นถึงจะสมัครได้ แต่ความจริงแล้วทุนจำนวนไม่น้อยใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนทั้งหมด สาเหตุที่พวกเรากล้ายืนยันเพราะพวกเราทราบข้อมูลตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในตอนนั้นพวกเราได้รับทุนให้ไปทัศนศึกษา (Study Visit) เยี่ยมชมมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงหลายแห่งที่ประเทศเยอรมนี จากองค์กร DAAD ซึ่งเป็นองค์กรให้คำปรึกษาและแนะแนวการศึกษาในประเทศเยอรมนีของรัฐบาลเยอรมัน

ปกติปริญญาโทที่ประเทศเยอรมนีใช้เวลาเรียน 2 ปี ส่วนปริญญาเอกจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่เรียน ปัจจุบันประเทศเยอรมนีมีคอร์สที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษอยู่พอสมควรแล้วเพราะฉะนั้นเรื่องภาษาไม่น่าจะใช่ปัญหาเหมือนแต่ก่อนที่เรียนกันแต่ภาษาเยอรมัน

พวกเราขอสรุปเอกสาร ตารางเวลาสำหรับการยื่นขอทุน และจำนวนค่าใช้จ่ายทุนที่รัฐบาลเยอรมัน (หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าทุน DAAD) ครอบคลุม รายละเอียดของทุนประเภทต่างๆ (มีหลายแบบเลย เช่น ทุนสำหรับนักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ ด้านการบริหารธุรกิจ และการพัฒนา ให้รายละเอียดไว้ด้านล่างสุด

สรุปคร่าวๆสิ่งที่ต้องรู้ คือ

1. เอกสารที่ใช้ในการยื่นขอทุน

โดยปกติจะต้องรวบรวมเอกสารทั้งหมดและส่งไปที่มหาวิทยาลัยได้โดยตรง (ห้ามส่งเข้าไปที่องค์กร DAAD ถือเป็นการผิดกฎจะไม่ได้รับการพิจารณา หากต้องการใช้ช่วยเช็คเอกสารและจัดส่งทางสถาบันมีบริการให้ความช่วยเหลือแบบ One-stop service เช็คได้ที่

– ใบสมัคร (ดาวน์โหลดออนไลน์ได้จาก www.daad.or.th)

– Hand-signed CV เป็นแบบฟอร์มของ Europass แบบมีลายเซ็นต์ผู้สมัคร (ไม่รู้จะทำอย่างไรให้ไปดูบริการให้คำปรึกษาที่หน้า http://kpandrr-academy.com/sopcvresume-service/)

– Hand-signed Letter of Motivation จดหมายแสดงเจตจำนงแบบมีลายเซ็นต์ผู้สมัคร (หรือ Statement of Purpose ลองดูตัวอย่างจากบริการหน้าhttp://kpandrr-academy.com/sopcvresume-service/)

– Research Proposal เค้าโครงการวิจัย (ปกติคอร์สปริญญาโทส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ ก่อนสมัครแต่ละคอร์สลองเช็คดูก่อน)

– Recommendation letter 2 ฉบับ จากอาจารย์ และจากที่ทำงาน

– Certificate of Employment จดหมายรับรองการกลับมาทำงานหลังสำเร็จการศึกษา

– Copy of Transcript and Academic Degree สำเนาทรานสคริปต์และปริญญาบัตร

– คะแนนสอบภาษาอังกฤษ คอร์ส International ที่ประเทศเยอรมนีโดยทั่วไปรับ TOEFL และ IELTS

  คะแนน IELTS อยู่ที่ 6 (ถือว่าคะแนนไม่สูงเมื่อเทียบกับประเทศอังกฤษ น่าลุ้นมากๆ สำหรับคนที่ภาษาอังกฤษไม่แข็งแรง ไม่ขอพูดถึง TOEFL เพราะไม่มีประสบการณ์สอบมาก่อน ถนัด IELTS อย่างเดียว เพราะทั้งสอบ และสอนอยู่ตลอด)

2. ตารางเวลาในการยื่นขอทุน

การเปิดยื่นรับทุน : ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ทุนของ DAAD จะต้องสมัครล่วงหน้าหนึ่งปี เช่น ถ้าทุนเขียนว่า DAAD Scholarship 2015/2016 หมายถึง ต้องสมัครตั้งแต่ปี 2014 และไปเรียนปี 2015-2016

– เตรียมตัวและยื่นเอกสาร : เตรียมเอกสารทั้งหมดให้พร้อม Deadline ของแต่ละมหาวิทยาลัยจะแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นต้นเดือนตุลาคม แนะนำให้เตรียมสอบ IELTS ไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะได้ไม่ต้องรีบ

– การพิจารณาผลทุน : มหาวิทยาลัยจะเป็นผู้พิจารณาการให้ทุนจากเอกสารที่ได้ส่งไป ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ กว่าจะประกาศผลค่อนข้างนาน คุ้มค่าแก่การรอแน่นอน รายละเอียดการให้ทุนพวกเราสรุปไว้ด้านล่าง

– การประกาศผลทุน ทางมหาวิทยาลัยจะแจ้งผลให้แก่ผู้ที่ได้รับทุนโดยตรงทางอีเมล์

3. จำนวนทุนที่ได้รับ

– ค่าเล่าเรียนทั้งหมด

– ค่าใช้จ่ายรายเดือน 750 ยูโร

– ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พร้อมประกันภัย

รายละเอียดของทุน DAAD 2015/2016 เป็นไฟล์ PDF ->

http://www.daad.or.th/imperia/md/content/informationszentren/icbangkok/2015_epos_booklet.pdf

สำหรับคราวหน้าพวกเราจะมาให้รายละเอียดแหล่งทุนอื่นที่น่าสนใจเพิ่มเติมนะจ้ะ

KP&RR♥ ♥